แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - damonshoppu

หน้า: [1]
1

 
นิยายและก็นวนิยายแตกต่างเช่นไร?
 
นิยาย หมายถึง เรื่องเล่าจากจินตนาการ เหตุ และก็เรื่องราว แตกต่างกับความจริง โดยครอบคลุมเรื่องแต่งทั้งหมด นิยายแบบตะวันตก ที่มีบทสำหรับพูด และก็นิยมแต่งกัน ในรุ่นหลังมักเรียกกันว่า นวนิยาย ผลงานที่จัดเป็นนิยาย ได้แก่ นิทาน เรื่องสั้น ภาพยนตร์บางจำพวก เรื่องปรัมปรา การ์ตูน หรือบางทีอาจเป็นแอนิเมชัน และก็วิดีโอเกมบางชนิด ฯลฯ
 
นวนิยาย เป็นแบบหนึ่งของวรรณกรรมลายลักษณ์ แต่งในรูปของร้อยแก้ว มีลักษณะไม่เหมือนกับเรื่องแต่งแบบเดิม ที่เรียกว่า นิยาย หรือนิทาน ที่เรียกว่า นวนิยาย ก็เพราะถือเป็นนิยายแบบใหม่ novel ตามแบบตะวันตก นั่นเอง แม้กระนั้น ในภาษาพูดโดยปกตินิยมเรียกว่า นิยาย ซึ่งกะทัดรัดกว่า นวนิยายนั้น เป็นเรื่องราวที่มีลักษณะสมจริงสมจังมากกว่านิทานหรือนิยายแบบเดิม บางทีอาศัยฉากหรือเรื่องราวจริง หรืออิงเรื่องจริง มีบทสำหรับพูด และก็บรรยายเหตุการณ์อย่างมนุษย์ทั่วไป
 
นิยายมีหลายชนิด
 
1. นิยายรัก ( Romance fiction ) เป็นนิยายที่เน้นในเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างบุคคลเป็นศูนย์กลางของเรื่อง จะเน้นในเรื่องความรู้สึกของนักแสดงเป็นหลัก นิยายแนวนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดและพลอตเกี่ยวกับความรักนี้ก็เกือบจะแทรกเข้าไปในนิยายทุกหมวดหมู่
2. นวนิยายลึกลับ ( Mystery fiction ) จะเน้นในเรื่องการสอบสวน มีการคลายปัญหาเป็นหลัก
3. นิยายสยองขวัญ (Horror fiction) เป็นนิยายเกี่ยวกับตัวประหลาด อสุรกาย สัตว์ร้าย ที่พอเวลานักอ่านได้อ่านแล้ว จะเกิดความสยองขวัญ รังเกียจในความน่าขนลุก
4. นวนิยายวิทยาศาสตร์ ( Sciences fiction ) เป็นการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเป็นศูนย์กลางสำหรับการแต่งเรื่อง ได้แก่วิธีการทำทดลองศึกษาค้นคว้า การโคลนนิ่งมนุษย์ นิยายแนวนี้จำเป็นจะต้องมีความรู้และมีความเข้าใจในเรื่อง นั้นๆถึงจะสามารถแต่งได้ นักเขียนจะต้องทำการบ้านมาอย่างดีเยี่ยม
5. นิยายอัศจรรย์ ( Fantasy fiction) หรือบางบุคคลบางทีก็อาจจะเรียกว่านิยายแนวแฟนตาซี จะมีการใช้เทพต่างๆมาใช้สำหรับในการสร้างเรื่อง และก็เรื่องที่เกิดความศรัทธา อิทธิฤทธิ์ ตำนวน เรื่องราวที่เหนือธรรมชาติ นิยายแนวนี้มักจะมีการผสมระหว่างความแปลกประหลาดกับวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน จนถึงกลายเป็นนิยายประเภท sciences fantasy ขึ้นมา
6. นิยายแนวกามารมณ์ ( Erotica fiction) เป็นนิยายที่เน้นในเรื่องอารมณ์รวมทั้งความรู้สึก ซึบซับไปกับการบรรยายที่เป็นธรรมชาติ แล้วก็เขียนถึงฉากกามารมณ์มากเป็นพิเศษในเรื่อง
7. นวนิยายที่สะท้อนปัญหาสังคม เป็นนิยายที่เน้นการจัดการกับปัญหาของสังคม สอดแทรกคติธรรมเข้ามา ให้ความคิดเห็นของนักแสดงลง ไม่จำเป็นที่จะต้องบอกทางแก้ อยู่ที่ว่านักเขียนอาจจะใส่ทางแก้ไขของปัญหาลงไปหรือไม่
 
องค์ประกอบของนวนิยาย
 
องค์ประกอบของนวนิยาย นวนิยายเป็นเรื่องเล่าร้อยแก้วที่ยึดหลักเรื่องจริงเป็นกฏเกณฑ์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขียนให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ไม่พยายามทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นแค่นั้น ส่วนประกอบที่สำคัญของนวนิยายที่ทำให้นักอ่านเกิดความเพลิดเพลิน มีดังนี้
 
1. โครงเรื่อง เป็นโครงเรื่องของการกระทำต่างๆนวนิยายแต่ละเรื่องจะมีเค้าเรื่องใหญ่และเค้าเรื่องย่อย โครงเรื่องใหญ่ คือ เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาและก็ความไม่ถูกกันที่สำคัญของตัวเอก พล็อตเรื่องย่อย คือ เรื่องที่แทรกอยู่ในพล็อตเรื่องใหญ่ มีความหมายน้อยแต่ว่าเสริมให้มีความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น ในโครงเรื่องจะมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ประการ เป็นพฤติกรรมที่เป็นการกระทำของตัวละครในเรื่องและก็ความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆกัน อาทิเช่น การขัดกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ความไม่ลงรอยกันระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตัวเอง เป็นต้น
 
2. จุดสำคัญของเรื่องหรือความคิดหลัก คือ จุดสำคัญของเรื่องที่จะเชื่อมโยงเรื่องทั้งปวงเข้าด้วยกัน เพื่อสื่อความคิดของคนแต่ง แก่นเรื่องมีหลายแนวทาง ยกตัวอย่างเช่น แนวแสดงทรรศนะเป็นแนวที่นักเขียนเสนอข้อคิดเห็นต่อบางสิ่ง ได้แก่ ความแค้น ความหึงหวง ความกลัว แนวแสดงพฤติกรรม เป็นแนวที่ผู้เขียนเน้นในเรื่องการกระทำของนักแสดง อย่างเช่น พฤติกรรมทดแทนพระคุณตลอดทั้งเรื่อง
 
3. ตัวละคร คือ คนที่มีบทบาทในเรื่อง จะต้องเหมือนมนุษย์หรือเทียบเท่า มีชีวิตจิตใจ แสดงอารมณ์ บทบาท คำพูด และก็มีกิริยาอาทิเช่นคนจริงๆการกระทำที่ตัวละครแสดงออกมาจะต้องน่าเชื่อถือ ตัวละครที่สำคัญในเรื่องเรียกว่า ตัวละครเอก ตัวละครอื่นเป็น ตัวประกอบ วิธีแสดงลักษณะนิสัยของตัวละครอาจทำได้หลายแนวทาง ยกตัวอย่างเช่น คนเขียนนำเสนอนิสัยของตัวละคร}เอง
 
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากการอ่านนิยาย
 
- ฝึกสมาธิ การอ่านหนังสือทำให้พวกเราสามารถจดจ่ออยู่กับเรื่องราว ถือได้ว่าเป็นการฝึกหัดให้เกิดสมาธิได้อย่างแน่แท้
- ฝึกมารยาทรักการอ่าน การเขียนภาษาไทยให้ถูกต้อง ทุกตัวอักษรต้องผ่านสายตา ดังนั้นแล้วการอ่านนิยาย เป็นการฝึกหัดการอ่านภาษาไทย ดูตัวสะกดที่ถูกต้อง รับรองได้ว่าวรรณยุกต์ทุกตัวสะกด ถูกครบอย่างไม่ต้องสงสัย
- สร้างจินตนาการ เสริมสร้างความรู้ด้านต่างๆของสังคม แนวอิงประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การบ้านการเมืองการปกครองในแต่ละยุคสมัย ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของแต่ละสังคมแต่ละช่วงเวลา เปิดโลกทัศน์แล้วก็มุมมองใหม่ให้กับให้กับตัวคุณเอง
- สัมผัสกับสถานที่ต่างๆได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เรื่องราวทั้งในแล้วก็นอกประเทศบางครั้งบางคราวเราบางทีอาจมิได้ได้โอกาสไปสัมผัสสถานที่นั้นได้จริง นิยายจะพาพวกเราไปสัมผัสกับสถานที่เหล่านั้น ด้วยการลงทุนแบบประหยัดเยอะที่สุด แต่ว่ากลิ่นบรรยากาศถูกบันทึกในความจำอย่างครบถ้วน
- มองโลกในแง่ดี คนคิดบวกเสมอ การเรียนรู้เรื่องราวต่างๆผ่านตัวหนังสือจะทำให้พวกเราเข้าใจความชอบธรรมชาติของโลกเยอะขึ้น มีผลต่อระบบความนึกคิด แล้วก็มุมมองในการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดีเมื่อกาล เวลาเปลี่ยนแปลงไป ทุกสิ่งถูกแรงขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม เทคโนโลยี แทรกซึมเปลี่ยนเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของชีวิตยกตัวอย่างเช่นเดียวกับเรื่องราวของนวนิยาย ถูกเคลื่อนให้เข้าสู่โลกดิจิตอล มีผลการสำรวจว่า เด็กอายุ ๖ – ๒๔ ปี นิยมอ่านหนังสือในแบบออนไลน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายเว็บก็เลยเปรียบเหมือนพื้นที่
กระดาษสีขาว ให้คนเขียนมือใหม่ได้แต่งแต้มสีสันในนิยายของตัวเอง ถือได้ว่าเวทีของคนเขียนคนใหม่ ได้มาทดสอบวิชาได้อีกทางหนึ่ง ทำให้คนซื้ออย่างเราเลือกอ่าน
ได้หลากหลายแนว แม้กระนั้นไม่ว่าความสบายของคนอ่านจะเป็นไปในลักษณะของหนังสือ หรือเทคโนโลยีอื่น
 
นิยายวาย คือ
 
"นิยายวาย" นั้นเป็น หนังสือนิยายประเภทหนึ่ง ที่เล่าความสัมพันธ์ของตัวละครที่เป็นเพศเดียวกัน จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท คนเขียน พูดว่า นิยายวายราวกับนิยายทั่วไป วรรณกรรมรวมทั้งนิยายทุกเรื่องเล่าเรื่องความเป็นคน ตัวละครที่มีการกระทำในเหตุการณ์ต่างๆนิยายวายก็เหมือนกัน เล่าเรื่องของผู้คนคนหนึ่งว่า ชีวิตของเขาเป็นยังไง พบเจอกับอะไร เพียงแต่ว่าเพศของตัวละครก็อาจจะต่างกันออกไป ทำให้รู้สึกว่า ไม่เหมือนนิยายธรรมดา จริงๆเหมือน มันมีวายหลายแบบ อาทิเช่น วายไต่สวน, วายรักเศร้า, วายรักหวานแหววน่ารัก ชีวิตมัธยม ดังนิยายธรรมดา สามารถซื้อนิยายออนไลน์ ได้ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 

 
10 นวนิยายหรือนิยายแนะนำที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. ซาตานร้ายสยบรัก
อุรัตน์นรินทร์กะพริบตาถี่ๆ หายใจยาวๆ เพื่อไล่น้ำตาและความรู้สึกทรมานที่ตีรื้นขึ้นมาอีกระลอก "ทำไมล่ะ ผมจะตัดสินใจผิดพลาดในชีวิตสักครั้งไม่ได้เลยหรือไงใช่ว่าผมได้คุณแล้ว จะต้องทนดักดานอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตนี่ คนไม่ได้รักได้ชอบกัน ยังไงสักวันก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี ยิ่งเรายุติความสัมพันธ์คลุมเครือนี้ได้เร็วเท่าไร ผมว่าจะยิ่งเป็นการดีกับคุณเท่านั้นนะอุรัตน์นรินทร์" "ความสัมพันธ์คลุมเครือหรือคะ?" เธอจดจ้องหน้าปราปต์ ไม่วางตา "ทุกครั้งที่พี่มีอะไรกับอิน อินก็ไม่เคยเห็นพี่จะตะขิดตะขวงใจอะไรนี่คะ ออกจะทำทุกอย่างด้วยความชำนาญและชัดเจนเกินไปด้วยซ้ำ" "ผมก็ทำได้หมดนั่นแหละไม่ว่าจะกับใคร ยิ่งเป็นคนที่ผมปรารถนาผมจะยิ่งทำมันด้วยความเต็มใจและมีความสุขกว่านี้อีก" อุรัตน์นรินทร์ยิ้มขื่น "ถ้าอย่างนั้น ความผิดพลาด" อย่างอินคงสำคัญตัวผิดไปจริงๆ ขอโทษพี่ปราปต์ด้วยแล้วกันนะคะที่อินเป็นคนที่พี่ปรารถนาไม่ได้"
 
2. เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่
เรื่องราวของสามก๊กตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยสำนวนอย่างคนรุ่นใหม่ เพื่อให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายที่สุด ไม่สับสน กระชับรัดกุมและเก็บเนื้อความตามท้องเรื่องของฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ให้ได้มากที่สุด แต่ยังเป็นการให้ความรู้ปูพื้นฐานถึงความเป็นมาไว้อย่างละเอียดละออน่าสนใจยิ่ง นำบทความเหตุการณ์สำคัญในสามก๊ก และแผนผังการตั้งตัวเป็นใหญ่และรวมตัวกันของขุนศึกเมืองต่างๆ ลงเป็นภาคผนวกท้ายเล่ม ซึ่งทำให้หนังสือ "เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่" เล่มนี้ทรงคุณค่าและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก ขอให้ท่านได้อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างสนุกสนานและมีความสุขไปกับเรื่องราวของ "สามก๊ก" นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่สุดแสนวิเศษและมหัศจรรย์ที่สุดฉบับหนึ่งของโลก
 
3. แสนงาม
แสนงาม คือ จุดเริ่มต้นจากความสงสารจนกลายเป็นหวั่นไหว
แสนงาม คือ คนที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะปกป้องและดูแลเธอ
แสนงาม คือ รักที่อยากได้ครอบครอง อยากโอบกอดไว้ด้วยวงแขนกว้าง
แสนงามของพี่ธาม คือ ทั้งหมดในไทม์ไลน์ของหัวใจ...
 
4. เจ้าพ่อร้อนรัก
"เกล็ดมณี วีรประภากร" เซเลบคนดัง เธอสวย เธอรวย เธอมีเสน่ห์ และเธอก็มั่นใจเกินร้อยว่าคุณสมบัติทั้งปวงจะทำให้ตัวเองเข้าไปนั่งในหัวใจ "เจ้าพ่อปืนโต" ได้หญิงสาวจึงของอนุญาตสามแสน แสนหวาน แสนดี และแสนรัก จีบคุณพ่อสุดแซ่บของเพื่อนๆ เกล็ดมณี ไม่รู้อะไรซะแล้ว ว่าไฟที่ว่าร้อนแรงก็ยังสู้ไฟรักที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเจ้าพ่อปืนโตไม่ได้ แต่ในเมื่อเดินหน้าแล้ว เธอจะถอยไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะรับมือได้อย่างไร ไปติดตามกันได้ใน "เจ้าพ่อรัอนรัก" ค่ะ
 
5. จักรพรรดิอันธพาล (ซีรี่ส์ชุด จอมใจจักรพรรดิ)
เป็นเรื่องราวของ "ฮุ่ยอัน" สาวสวยที่มีใจรักทางด้านจิตรกรรม วันหนึ่งเธอเดินขึ้นเขาเพื่อวาดภาพความงามตามธรรมชาติ ก็ได้พบเต่าบกตัวน้อยสีทองอร่ามตา เต่าน้อยพาฮุ่ยอันให้เดินตามเข้าไปในม่านหมอกและรู้สึกตัวอีกทีก็โผล่มาอยู่ที่โลกคู่ขนานในยุคจีนโบราณเสียแล้ว ณ จุดนี้ตกใจไปก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้ ฮุ่ยอันจึงต้องยอมตามน้ำไปก่อน เริ่มด้วยการปลอมตัวเข้าไปสอบเป็นขันทีในวังหลวง ด้วยทักษะมั่วขั้นเทพก็ยังอุตส่าห์เข้าตา "หยางหยุนอู้" ฝ่าบาทรูปงาม แถมเขายังเรียกให้ขันทีหน้าหวานมาถวายการรับใช้ใกล้ตัวเสียด้วยนอกจากต้องรับมือกับขุนนางเฒ่าในท้องพระโรงเคียงคู่ฝ่าบาทแล้ว ยังต้องคอยกำราบกลุ่มโจรที่ปล้นสะดมชาวบ้านอีกด้วย ทั้งเก่งและแสนดีอย่างนี้มีหรือจะไม่เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท ว่าแต่ฮุ่ยอันจะเก็บความลับไว้กับตัวได้นานสักเท่าไร โดยเฉพาะหัวใจดวงน้อยๆ ที่อยู่ใกล้ฝ่าบาทเสียขนาดนี้ ฝ่าบาทที่ทั้งสง่า ฉลาด และอาบเสน่ห์ เรื่องราวของขันทีน้อยฮุ่ยอันจะดำเนินต่อไปเช่นไร หยางหยุนอู้จะรู้ความจริงที่เธอซ่อนไว้ภายในหัวใจหรือไม่ เราตามไปให้กำลังใจฮุ่ยอันพร้อมๆ กันใน "จักรพรรดิอันธพาล" ดีไหมคะ
 
6. บุปผาพ่ายรัก
ตัวละครที่เรารู้จักและคาดหวังให้คนทั้งสองรักกัน นั่นก็คือฮ่องเต้น้อย "หยางเจี้ยนเหว่ย" และ "จางหมิ่นฉ่าย" คุณหนูจางคนรองนั่นเอง เรื่องนี้จะไม่สุขนิยมเท่าเรื่อง จางฟางเซียน นะค ฮ่องเต้ของเราแสดงออกชัดเจนตั้งแต่เด็กเลยค่ะว่าสนใจนางเอก แต่ก็มีเรื่องเข้าใจผิดกันจนเกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย ทำนางเอกร้องไห้ไปก็หลายครั้ง จนนางเอกของเราเริ่มตีตัวออกห่างถึงได้ร้อนใจขึ้นมา ส่วนกระต่ายน้อย (ฮ่องเต้แอบตั้งให้หมิ่นฉ่าย) ของเราเจอมรสุมรักค่อนข้างหนักหนาพอสมควร แต่ก็อย่าได้หนักใจแทนน้องกระต่ายนะคะ เพราะนางมีคนคอยช่วยเหลืออยู่รอบตัวเต็มไปหมด แล้วแต่ละคนใช่ว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นถึงไทเฮา องค์ชายรอง ชินอ๋อง ชินหวางเฟย และฮ่องเต้คอยปกป้องไว้ตลอด แต่ก็นั่นแหละ แม้นางเอกจะแสนดีก็ใช่ว่าจะไม่ลุกขึ้นสู้ ต้องบอกว่านางเอกของเราเรียนรู้จากคนใกล้ชิดและตามคำแนะนำของชินหวางเฟยได้เป็นอย่างดีค่ะ เอาเป็นว่าหากอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะง้อนางเอกยังไง และนางเอกจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาตอนไหน ไปอ่านกันใน "บุปผาพ่ายรัก" เล่มนี้ดีกว่านะคะ
 
7. กุหลาบประกาศิต
สายใยบางเบาระหว่างสองพี่น้องต่างบิดาขาดสะบั้นไปพร้อมกับลมหายใจของใครบางคนในอดีต… ‘พีระพัฒน์’ ชิงชัง ‘ปฏิปักษ์’ สุดหัวใจ เขาสาบานว่าจะแย่งชิงและทำลายผู้หญิงทุกคนที่พี่ชายต่างพ่อรัก เหมือนกับที่อีกฝ่ายทำให้เขาต้องสูญเสียผู้เป็นรักแรกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกครั้งใหญ่ เมื่อ ‘อลิตา’ หญิงสาวผู้เป็นที่รักของปฏิปักษ์คือคนที่พีระพัฒน์หมายจะให้เธอเป็นรักครั้งใหม่ของตน สงครามระหว่างพี่น้องจึงเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ปฏิปักษ์จะไม่ยอมถอย แม้ว่าจะต้องร้ายสักแค่ไหนหรือกลายเป็นคนเลวในสายตาอลิตา เขาก็จะไม่มีวันยอมให้พีระพัฒน์แย่งเธอไปได้สำเร็จขณะที่ผู้เป็นพี่สาวถูกแย่งชิงด้วยความรัก ‘ระรินทิพย์’ กลับถูกดึงเข้ามาในวังวนนี้เพียงเพื่อเป็นหมากให้พวกเขาใช้สอย แต่ไม่ว่าจะเป็น ‘มงกุฎแห่งชัยชนะ’ ที่พวกเขาปรารถนา หรือว่า ‘หมากไร้ค่า’ ที่รอวันถูกทำลาย พวกเธอล้วนเจ็บปวดและถูกทำร้ายจากการกระทำของพวกเขา สี่หนุ่มสาวกับเกมกระดานนี้จะจบอย่างไร หรือสุดท้ายแล้วหัวใจพวกเขาจะต้องพบกับความพินาศย่อยยับไปพร้อมกัน!
 
8. Kiss of Mars ปฏิบัติการยึดรักข้ามดวงดาว
เคยได้ยินแต่คำว่า ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ นั่นเป็นเพราะว่าดาวอังคารเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันและพละกำลัง ส่วนดาวศุกร์ก็เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขและความสดใสนั่นเองค่ะ "ไฮท์" หนึ่งในหนุ่มหล่อแห่งกลุ่ม Rebellion ถึงได้บอกว่า "เพลงขลุ่ย" นั้นเป็นผู้หญิงที่มาจากดาวพฤหัสได้ล่ะเนี่ย แล้วคู่นี้ยังก่อสงครามกันตั้งแต่แรกเริ่มเจอหน้า หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องมาลุ้นกันแล้วล่ะค่ะว่าสงครามแสนหวาน ระหว่างมนุษย์จากดาวอังคารและมนุษย์จากดาวพฤหัสจะลงเอยอย่างไร ใน "Kiss of Mars ปฏิบัติการยึดรักข้ามดวงดาว"
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่
ความสัมพันธ์ระหว่าง ถังฟั่น กับ สุยโจว แม้ไม่หวือหวาแต่หลายๆ ซีนก็มีทำให้เราใจเต้น ยิ่งในเล่มนี้มีฉากที่ทำให้ใจเต้นแรงหลายฉากเชียวล่ะค่ะ ไม่ได้หมายความว่าสองคนนี้ความสัมพันธ์พัฒนาก้าวกระโดดจากสิบไปร้อยหรอกนะคะ ที่บอกว่าใจเต้นคือด้วยความลุ้นระทึก เพราะคดีที่ ถังฟั่น ต้องรับผิดชอบในครั้งนี้คือการไขปริศนาสุสานจักรพรรดิโบราณซึ่งผู้เกี่ยวข้องมีทั้งภูตผีวิญญาณ โจรขุดสุสาน เทพแม่น้ำ และแม้กระทั่งสัตว์ประหลาด แต่ละสิ่งแต่ละอย่างนอกจากทำให้ใจเต้นแรงแล้วยังทำแข้งขาสั่นด้วย คดีประหลาดเขย่าประสาทแบบนี้ ลำพัง ถังฟั่น คนเดียวคงเอาไม่อยู่ ดีนะว่าได้สุยโจวตามประกบไปไหนไปด้วยกัน ไม่ว่าระยะทางจะไกลแค่ไหน ปริศนาจะซับซ้อนเท่าไร ต้องเผชิญอุปสรรคอะไรบ้าง แต่สองคนช่วยเหลือดูแลกัน ก็ไม่มีอะไรที่พวกเขา ไม่สามารถรับมือ ทุกคนคิดเหมือนกันไหม
 
10. MY MELTING CHEF เชฟครับ
หากเปรียบหนังสือเล่มหนึ่งเป็นอาหาร My Melting Chef เล่มนี้ก็คงเป็นอาหารฟูลคอร์สรสเลิศที่จะเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วยออเดิร์ฟรสกลมกล่อม ไม่นานก็ส่งจานเปิดตัวมาให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้น จากนั้นก็จะพบกับอาหารจานหลักที่จัดเต็มครบทุกรสชาติ ทำให้ประทับใจชนิดที่ไม่สามารถวางมือได้เลยแม้สักนาทีแล้วปิดท้ายด้วยของหวานรสนุ่ม ละมุนลิ้นจนอิ่มเอมไปกับอาหารมื้อนี้ได้อย่างไร้ที่ติ ถ้าคุณผู้อ่านกำลังต้องการอาหารรสเยี่ยมสักมื้อที่จะช่วยปลอบประโลมร่างกายที่เหนื่อยล้า และเป็นที่พักใจให้หายเหนื่อย อย่าลืมมาลองชิม My Melting Chef เล่มนี้กันดูนะคะ เชฟเจย์ จะได้เสิร์ฟเมนู พีช ขึ้นโต๊ะให้ทุกท่านรับประทานกันอย่างถูกปาก ถูกอกถูกใจกันถ้วนหน้าแน่นอน
 

2

 
จิตวิทยา คือ ?
 
จิตวิทยา (Psychology) หมายถึงศาสตร์ที่ว่าด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับจิตใจ (กระบวนการของจิต), กระบวนความคิด, และก็พฤติกรรม ของคนเราด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เนื้อหาที่นักจิตวิทยาศึกษา อาทิเช่น การรับรู้ (กระบวนการรับข้อมูลของมนุษย์), อารมณ์, ลักษณะท่าทาง, พฤติกรรม, และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล จิตวิทยายังสื่อความหมายรวมถึงการประยุกต์ใช้ความรู้กับกิจกรรมในด้านต่างๆ ของคนเราที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน (อย่างเช่นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในครอบครัว, ระบบการเรียน, การจ้างงานเป็นต้น) และยังรวมทั้งการใช้วิชาความรู้ด้านจิตวิทยาสำหรับการรักษาปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต นักจิตวิทยามีความพยายามที่จะศึกษาทำความเข้าใจถึงหน้าที่หรือจุดประสงค์ต่างๆ ของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมาจากตัวบุคคลแล้วก็พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสังคม เวลาเดียวกันก็ทำการศึกษาขั้นตอนของระบบประสาทซึ่งมีผลต่อการควบคุมรวมทั้งแสดงออกของพฤติกรรม
 
สรุปแล้วจิตวิทยาก็ คือ ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับความประพฤติปฏิบัติของมนุษย์นั่นเอง
 
ภาษาทางด้านจิตวิทยา
 
จิตวิทยาก็มีการบัญญัติศัพท์ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับในการศึกษาเหมือนกันกับศาสตร์อื่นๆ คำศัพท์นิดหน่อยประกอบด้วยคำศัพท์ที่คนทั่วไปใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ศัพท์บางคำก็เป็นศัพท์ทางวิชาการที่คุ้นเคย แม้ศัพท์บางคำจะเป็นที่เข้าใจ และรู้จักดีของคนทั่วไป แต่ว่านักจิตวิทยาก็ได้บอกความหมายเฉพาะเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างครบถ้วนในการค้นคว้าจิตวิทยา
 
ส่วนประกอบของจิตวิทยา
 
1. ลักษณะเนื้อหาวิชา แบ่งเป็นเรื่องต่างๆ อาทิเช่น วิวัฒนาการของคนเรา, กรรมพันธุ์, ระบบการตอบสนอง, การรับรู้, การรู้สึก, แรงบันดาลใจ, อารมณ์, ภาษา การคิด รวมทั้งการแก้ไขปัญหา, เชาวน์ปัญญาแล้วก็การทดสอบปฏิภาณ, บุคลิกแบบต่างๆ แล้วก็การคาดการณ์บุคลิกลักษณะ, แบบต่างๆ

2. จุดหมายของจิตวิทยา วัตถุประสงค์ของการศึกษาได้มาจากกระบวนการที่ไม่เหมือนกัน 3 ประเภท ได้แก่
 
- การศึกษาวิจัยปรับใช้ มีความสนใจสำหรับการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ผลที่ได้รับจากการวิจัยในปัญหานี้สามารถ เอามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ การค้นคว้าดังกล่าวจะต้องได้รับการวางแผนดำเนินการ ควบคุมกระบวนการด้วยความระมัดระวัง การศึกษาค้นคว้าวิจัย บริสุทธิ์ก่อให้เกิดการวิจัยประยุกต์อย่างมีแบบแผน
- การปรับใช้ เป็นการประยุกต์คำตอบที่ได้ ไปใช้ในเหตุการณ์จริงๆในโลกซึ่งไม่มีการควบคุม สภาพการณ์อะไรก็ตามนักจิตวิทยากลุ่มที่มีการปรับใช้มากที่สุด คือ นักจิตวิทยาคลินิก รองลงมาคือ นักจิตวิทยาการศึกษา
- สถานที่ปฏิบัติการด้านจิตวิทยา นักจิตวิทยาสาขาต่างๆ ดำเนินงานในสถานที่ไม่เหมือนกัน บางสาขาทำศึกษาค้นคว้ารวมทั้งสอนในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย บาง สาขาดำเนินงานในสถานพยาบาลแล้วก็โรงพยาบาล, ศูนย์บริการให้คำปรึกษาต่างๆ ในสถานศึกษา, บริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรม, ศูนย์สุขภาพด้านจิต ศูนย์คุ้มครองและปราบปรามสารเสพติด ศูนย์พักฟื้นคนไข้ที่พึ่งถูกส่งออกจากโรงพยาบาล ศูนย์บริการประชาชน ฯลฯ
 
ความสัมพันธ์ของจิตวิทยากับศาสตร์อื่น
 
จิตวิทยามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับวิชาจิตเวชศาสตร์ (อันเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของวิชาแพทยศาสตร์ คือสาขาที่ว่าด้วยการรักษาจิตใจ) และกับศาสตร์ทางด้านชีววิทยา ซึ่งอย่างเช่น สรีรวิทยา ประสาทวิทยาและก็ชีวเคมี การกระทำ ของบุคคลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะจำเป็นต้องเรียนรู้จากบุคคลนั้นโดยตรงก่อน ทั้งทางด้านกรรมพันธุ์ ระดับวุฒิภาวะ แล้วก็สภาพการ ขยับเขยื้อนของร่างกาย และปัจจุบันก็สัมพันธ์อย่างเด่นชัดกับมานุษยวิทยารวมทั้งสังคมวิทยา โดยมานุษยวิทยาเรียนรู้จุดเริ่มต้น ของคนเรา และการสืบทอดวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี สภาพของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทางด้านที่เกี่ยวข้องกับสังคม ส่วนทางด้านสังคมวิทยาจะเน้น ศึกษากลุ่มสังคมมากกว่าตัวบุคคล โดยศึกษาการปะทะสังสรรค์ของแต่ละบุคคลในกลุ่ม และเรียนรู้อิทธิพลของกลุ่มที่มีต่อ แต่ละบุคคล
 
หนังสือสร้างแรงจูงใจ
 
ถ้าหากคุณกำลังมองหาเทคนิคที่จะนำไปสู่การบรรลุผล คำตอบอาจอยู่ที่นี่แล้ว คุณอาจกำลังมีความคิดว่า เทคนิคก็คงจะจะต้องถูกเก็บเป็นความลับ โดยไม่ให้ผู้ใดทราบได้อย่างง่ายๆซึ่งคุณกำลังคิดผิด ที่จริงแล้วมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้แชร์เทคนิคต่างๆ ของพวกเขา ไว้ให้พวกท่านมากมายก่ายกอง แล้วอะไรจะดีไปกว่าการได้ทำความเข้าใจหนทางที่ประสบความสำเร็จจากประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของโลกล่ะ
 
คนนำทางธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการ และก็ศิลปินดาราหนังมากมายต่างเห็นด้วยว่าหนังสือพวกนี้เป็นหนังสือที่มีผลดีต่อการใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างมาก บางเล่มได้ชี้แจงถึงแนวคิดการลงทุน บางเล่มก็เป็นกระบวนการพัฒนาตัวเอง ซึ่งหนังสือน่าอ่านพวกนี้จะบอกเคล็ดลับของสิ่งที่คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อที่คุณจะได้ก้าวเดินไปสู่การบรรลุผลแล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญแบบพวกเขา
 


10 หนังสือจิตวิทยา และหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. คุณสมบัติ 8 อย่างที่จะทำให้คุณโดดเด่นในที่ทำงาน
คนจำนวนมากที่ชอบบ่นงานของตัวเอง พวกเขาชอบพูดว่าตัวเองพยายามตั้งใจทำงานอย่างหนักแต่เจ้านายก็ไม่เคยมองเห็น เพื่อนร่วมงานของคุณได้เลื่อนขั้นแต่คุณคิดว่าคุณทำได้ดีกว่าพวกเขา ก่อนที่คุณจะบ่นคุณควรจะหันกลับมามองตัวเองก่อน คุณคิดว่าคุณมีอะไรพิเศษกว่าพวกเขา คุณทำงานได้ดีกว่าพวกเขาหรือเปล่า แล้วคุณจะทำให้เจ้านายของคุณ มองเห็นพรสวรรค์ของคุณได้อย่างไร พรสวรรค์และความสามารถของคุณจะทำให้คุณแตกต่าง หนังสือ "คุณสมบัติ 8 อย่างที่จะทำให้คุณโดดเด่นในที่ทำงาน" เล่มนี้จะทำให้คุณรู้ว่าจะโดดเด่นในที่ทำงานได้อย่างไรด้วยคุณสมบัติ 8 อย่างนี้
ประสิทธิภาพในการทำงาน-บริษัทไม่ได้สนใจแค่เพียงว่าคุณทำงานเสร็จเรียบร้อยเพียงเท่านั้น แต่เขาให้ความสนใจกับการใช้เวลาในการทำงานและมีประสิทธิภาพที่ดีของงานที่คุณทำด้วย ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์-บริษัทจะสนใจแค่เพียงว่าคุณให้ประโยชน์อะไรกับบริษัทได้บ้าง ไม่ได้สนใจว่าคุณต้องผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้าง การสื่อสาร-คนที่เป็นผู้นำที่ดี 90% สามารถมองเห็นได้จากทักษะการสื่อสารของเขา ทีมเวิร์ก-เจ้านายจะไล่คุณออกถ้าเกิดว่าคุณไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานที่ดีแค่ไหนในบริษัท คุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทั้งหมดเหล่านี้ มีคำพูดว่า ทักษะและความสามารถของคุณทำให้คุณมาอยู่ในตำแหน่งของคุณ และคุณสมบัติในการทำงานเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้คุณพิเศษ ไม่มีใครที่จะมาแทนที่คุณได้ แล้วคุณก็จะเป็นพนักงานที่ดีที่สุดในบริษัท คุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทั้งหมดที่อยู่ในหนังสือ "คุณสมบัติ 8 อย่างที่จะทำให้คุณโดดเด่นในที่ทำงาน" เล่มนี้
 
2. วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ
หนังสือเล่มนี้สอนในเรื่องขั้นตอนและวิธีการที่เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความอดทน การวางแผน การสร้างความเข้าใจในความปรารถนาของตน การแบ่งปัญหาออกเป็นส่วนย่อยๆ การฝึกตนให้คิดบวกขจัดความคิดลบ และค้นหาความแข็งแกร่งที่มีอยู่ในตัวตนของเรา ซึ่งผลลัพธ์ได้คือการมีชีวิตที่ดี และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หนังสือ "วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ" เล่มนี้เป็นหนังสือดี มีเนื้อหากระชับ จับแต่ประเด็นสำคัญๆ มานำเสนอผ่านการ์ตูนก้างปลา ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ และมีชีวิตที่ดีได้ตลอดไป
พลังใจ คือปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ พูดอีกนัยหนึ่งคือการมีพละกำลังที่จะลงมือทำ หรือละเว้นการกระทำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นอะไรก็ตาม พอถึงเวลาคุณจะรู้ตัวและลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง และมีบางเวลาที่เราต้องหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรสักอย่าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีพลังใจมากพอที่จะขับเคลื่อนให้คุณลงมือทำตามความคิดนั้นได้หรือไม่
เป้าหมายของเราคือ สอนคุณในสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา เราหวังใจว่าเราจะนำเสอนไอเดียที่ช่วยให้คุณนำไปปรับใช้ในการพัฒนาพลังใจของคุณเพื่อให้คุณสามารถทำเป้าหมายได้สำเร็จ "คุณสมบัติหนึ่งอย่างที่แยกคนคนหนึ่งให้โดดเด่นออกจากกลุ่ม ไม่ใช่ความสามารถพิเศษ การศึกษา หรือความฉลาดระดับอัจฉริยะ หากคือ เรื่องวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ส่งผลให้คนคนหนึ่งทำตามสิ่งที่ปรารถนาได้ ในขณะที่อีกหลายคนยังจมปลักอยู่กับความขาดแคลน เมื่อเรามีวินัยในตนเองแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปได้ หากปราศจากวินัยในตนเองแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปได้ หากปราศจากวินัยในตนเอง แม้กระทั่งเป้าหมายง่ายๆ ก็ดูแทบเป็นไปไม่ได้เลย"
 
3. เทคนิคตั้งค่าสมอง ของคนที่ประสบความสำเร็จ Train Your Brain for Success
"ไม่ต้องฉลาด.. คุณก็คิดเก่ง จำแม่น อ่านเกมขาดได้" วิธีคิดแบบนี้หมายความว่าการประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเวทมนตร์ โชคช่วย หรือสถานการณ์เป็นใจ แต่เป็นเพราะสิ่งที่คุณคิดและสิ่งที่คุณทำ ลองอ่านเป้าหมายที่คุณเขียนแล้วตอบดูว่าเคยมีคนทำสำเร็จมาก่อนไหม ผมแทบไม่เคยเจอใครตอบว่าไม่มีเลย ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นอะไร ย่อมต้องมีคนเคยทำสำเร็จมาแล้ว และนี่ก็คือข่าวดีสำหรับคุณ ถ้ามีคนเคยประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณตั้งเป้าไว้ ก็มั่นใจได้เลยว่าพวกเขาไม่ได้เก่งหรือโชคดีไปกว่าคุณ แต่พวกเขาทำได้เพราะมีวิธีคิดและทำอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป หากคุณคิดและทำแบบเดียวกับพวกเขา คุณก็จะประสบความสำเร็จได้แน่นอน จำไว้ว่าความสำเร็จย่อมทิ้งเบาะแสไว้ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากตรงไหน คุณก็สามารถก้าวไปสู่จุดที่คุณต้องการได้ พูดอีกอย่างก็คือ หากคุณต้องการไปถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุด ลองมองหาบุคคลต้นแบบที่เคยทำสิ่งนั้นสำเร็จมาแล้วและทำตามเขา คุณก็จะบรรลุเป้าหมายได้เร็วและง่ายดายมากขึ้น และคุณจะพบเทคนิคดีๆในหนังสือ "เทคนิคตั้งค่าสมอง ของคนที่ประสบความสำเร็จ" เล่มนี้
 
4. 1 นาที ฝึกมองคนให้ทะลุ
ฝึกฝนให้ตัวเองมี "ดวงตาที่มองทะลุจิตใจคน" ได้อย่างไรกันนะ พวกเราแค่คอยพิจารณาและศึกษาสิ่งต่างๆ รอบตัวในแต่ละวัน หมั่นสั่งสมประสบการณ์ จึงจะเข้าใจวิธีดูคนให้ออก เข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ข้อดีและข้อเสียของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการสนทนากันเพียงชั่วขณะสั้นๆ เท่านั้น หนังสือ "1 นาที ฝึกมองคนให้ทะลุ" เล่มนี้จะกล่าวถึงหลักจิตวิทยาและหลักสังคมศาสตร์ โดยอ้างอิงตัวอย่างจากสถานการณ์จริง ข้อสรุป และตัวอย่างจำนวนมากประกอบกัน ถือเป็นหนังสือจิตวิทยาที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์มาอธิบายวิธีมองคน วิธีแบ่งประเภทคน วิธีจูงใจคน ส่งผลให้สามารถปรับตัวไปตามสถานการณ์ต่างๆ ได้ ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้ที่อ่านและเข้าใจเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะกลายเป็นผู้ที่มีสายตามองทะลุจิตใจคนอย่างแน่นอน
ในชีวิตเรา “การมองคน” เป็นวิชาชีวิตที่สำคัญมาก เพราะพวกเราต้องพบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา เพื่อไม่ให้ผู้อื่นหลอกใช้ความรู้สึกและผลประโยชน์จากเรา พวกเราต้องแยกแยะผู้คนที่อยู่ข้างตัวเราให้ออก อย่าให้คนหลอกลวงแสร้งทำตัวเป็นเพื่อนเรา และอย่าให้เพื่อนเราถูกใส่ความจนกลายเป็นศัตรู การไม่ระมัดระวังจนมองคนผิด จะก่อให้เกิดความเจ็บปวดและเสียใจภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจ็บปวดทางจิตใจ แค่มองคนผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจต้องตกอยู่ในคุกแห่งความเจ็บปวดตลอดชีวิต ไม่อาจหลุดออกมาได้ แม้จะรู้ว่าตัวเองมองคนผิดไปแล้วก็ตาม...
 
5. สานสัมพันธ์ด้วยสันติ
หนังสือเล่มนี้คือหนังสือที่เสนอวิธีการแก้ไขความขัดแย้งโดยใช้การสื่อสารที่มีพลัง ซึ่งมาร์แชลผู้บุกเบิกได้ตั้งชื่อว่า การสื่อสารอย่างสันติส่วนเรื่องการแก้ไขความขัดแย้งนั้น ขออ้างถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้สอนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรุปความว่า วิธีแก้ไขความขัดแย้งมี 3 วิธีคือ 1 หนี (หน้า) หรือ Flight 2 สู้หรือ Flight 3 Work it out พอดีกับที่มาร์แชลได้เขียนหนังสือเล่มนี้ โดยตั้งชื่อว่า We can work it outซึ่งถอดความเป็นภาษาไทยโดย "ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์" โดยมีความหมายในภาษาไทยว่า เราสามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ถ้าเราสื่อสารกันอย่างสันติ
 
6. แค่อ่านหนังสือถูกวิธีก็เป็นคนหัวดีได้
หนังสือ “เรียนเก่งได้ใน 66 วัน” ติด 1 ใน 10 อันดับหนังสือขายดีในหมวดหนังสือเรียนของเกาหลี เป็นหนังสือที่จุดความหวังให้ใครก็ตามมีกำลังใจในการเรียนมากขึ้น เนื้อหาในเล่มตอบทุกความต้องการของเด็กในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เน้นการท่องจำเป็นหลัก ผู้เขียนจึงแนะนำวิธีการอ่าน/ทบทวน/เรียน
คะแนนดีเกิดจากการเรียนที่ถูกวิธีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครหัวดีหรือหัวไม่ดี ให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง ลองเปลี่ยนวิธีเรียนใหม่ และสร้างนิสัยเรียนเก่งด้วยหลักการง่ายๆ วิเคราะห์เนื้อหาโดยรวมจากย่อหน้าแรก วิธีท่องจำสามเด้ง จง "อ่าน พูด เขียน" เขาจดโน้ตกันแบบนี้ แค่เลือกสีปากกาเป็นก็ช่วยให้เรียนเก่งแล้ว เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เก่า อย่าวางแผนเกินตัว นอนวันนี้ ตื่นพรุ่งนี้ อย่าหามรุ่งหามค่ำ อย่ามัวขยันแค่อ่าน จงขยับทดสอบด้วย เรียนเก่งได้ด้วยตัวเองแบบไม่เหนื่อย ไม่กดดัน ไม่โต้รุ่ง ด้วยโปรแกรมฝึกนิสัยให้เป็นคนหัวดีภายใน 66 วัน ในหนังสือ "แค่อ่านหนังสือถูกวิธีก็เป็นคนหัวดีได้" เล่มนี้ช่วยคุณได้
 
7. ปลาวาฬไม่ไปทำงาน
ชีวิตเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด เท่าที่จะคิดได้ เพราะประสบการณ์ของคนๆ หนึ่งอาจคือประสบการณ์ที่คนๆ อื่นได้ผ่านมา เรื่องเล่าจากปลาวาฬ ที่กลั่นกรองจากประสบการณ์การทำงานตรง และประสบการณ์จากผู้คนรอบข้าง ในโลกการทำงาน แห่งแฟนตาซี ที่คนทำงานต่างแปลงร่างกลายเป็น หอย กวาง ราชสีห์ ปลาหมึกฯ และต่างพยายามพัฒนาสายพันธุ์สูงๆ ขึ้นไป เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ให้อยุ่รอด ปลาวาฬไม่ได้แนะนำ วิธีการที่จะพาท่านสู่การเป็นท๊อปขององค์กร แบบหนังสือฮาวทู หากแต่ร่วมแบ่งปันความสุข ทุกข์ กับเพื่อนที่กำลังมีชีวิตอยู่ในโลกใบเดียวกัน บนเส้นทางที่ผ่านมา ที่เมื่อมองย้อนกลับไปเพียงเรื่องๆ หนึ่งที่ผ่านพ้นไป และเมื่อมองลงบนพื้นดินก็พบว่ามีรอยเท้าของผู้ที่เคยมาเส้นทางนี้มากมาย ก็ชีวิตเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดเท่าที่จะคิดได้ มายิ้มกว้างๆ แบบ "ปลาวาฬไม่ไปทำงาน" กันดีกว่า
 
8. ทำไมคนจนยิ่งจนคนรวยยิ่งรวย
ทุกคนต่างก็หวังอยากจะร่้ำรวย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้ดังที่หวัง ทุกคนต่างก็หวังอยากจะร่ำรวย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้ดังที่หวัง เพราะในความเป็นจริงแล้ว คนจนกลับยิ่งจน ส่วนคนรวยกลับยิ่งรวย เพราะเหตุใด หรือว่าความจนกับความรวยถูกลิขิตมาแล้วทำไมบางคนถึงเป็นเศรษฐี แถมยังร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งเรื่องราวแฝงสติปัญญาไร้ที่สิ้นสุด คนที่ยังไม่ร่ำรวยควรจะเรียนรู้จากบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เพื่อจะได้พบหนทางสร้างความร่ำรวยจากเรื่องราวของพวกเขา และจดจำแนวคิดของคนรวยให้ขึ้นใน ถ้าคุณเปลี่ยนความคิดของตัวเอง และวิเคราะห์ปัญหาเหมือนกับคนรวยเหล่านั้น รวมถึงพยายามมุ่งมั่นไม่ท้อถอย เชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณจะกลายเป็นสมกชิกคนหนึ่งในกลุ่มคนรวย ในหนังสือ "ทำไมคนจนยิงจนคนรวยยิ่งรวย" เล่มนี้
 
9. จิตวิทยาครอบครัว FAMILY PSYCHOLOGY
หนังสือเล่มนี้จะช่วยเหลือพ่อแม่ที่มีลูกในวัยต่างๆ กัน การวิจัยทางคลินิกชี้ให้เห็นชัดเจนว่าวิธีแบบ ใครๆ ก็ใช้ได้ นั้นไม่ได้ผล วิธีแก้ไขที่ได้ผลกับเด็กมากที่สุดนั้นต้องให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงด้วย หนังสือ จิตวิทยาครอบครัว เล่มนี้จะช่วยให้พ่อแม่สำรวจปฎิกิริยาของตัวเองต่อปัญหาทางด้านพฤติกรรมของเด็ก เช่นเดียวกับทึ่จะเสนอแนะให้เข้าใจความคิดอ่านของเด็ก เมื่อพ่อแม่ขอคำแนะนำเพื่อปรับปรุงปฏิสัมพันธ์กับลูกก็จำเป็นต้องระลึกถึงแนวคิดหลักสี่ข้อให้ดี ติดตามหลักสี่ข้อแนวคิดปฏิสัมพันธ์ได้ในเล่มนี้
พบกับวิธีการรับมือกับลูกหลานที่กลายเป็นคนที่ชอบพูดปด ลักขโมย ขบถหัวดื้อ แม้แต่การระเบิดอารมณ์และอาละวาด ไปจนถึงแก้ปัญหาความวิตกกังวล รวมถึงความหวาดกลัว และการทำร้ายตัวเองของเด็ก พิจารณาถึงปัจจัยที่ทำให้เกิด เรื่องราวต่างๆ ซึ่งเรามองข้ามไป โดยศึกษาจากกรณีตัวอย่างที่มาจากประสบการณ์ตรงของ เจมส์ เอ. พาวเววล์
นักจิตวิทยามากความสามารถ หนังสือเล่มนี้ช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองรับมือกับลูกๆ ในวัยที่ต่างกันด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่่อช่วยให้เราสามารถเลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข และมีความมั่นคงทางอารมณ์
 
10. เปลี่ยนแค่ 1% ชีวิตดีขึ้น 100%
พัฒนาแค่ 1% ก็เป็นเลิศได้ในทุกๆ ด้านเทคนิคทำน้อยได้มาก ที่เห็นผลทันทีทั้งเรื่องงานและชีวิต จากนัเขียนขายดีของ New York Times

3

 
e-Magazine คือ นิตยสารออนไลน์ หรือวารสารในแบบอิเล็กทรอนิกส์ เหมือนกับ e-Book ที่คุณสามารถเปิดอ่านจากคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายๆ ทั้งคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac OS X และก็ Linux
 
ข้อดีของ e-Magazine คือการออกแบบมาให้แสดงเนื้อหาต่างๆ ได้คล้ายกับการอ่านวารสารที่พิมพ์เป็นเล่ม ทั้งตัวอักษร ข้อความ ภาพ การพลิกหรือเลื่อนหน้า และด้วยเทคโนโลยีจิตอลอันนำสมัย e-Magazine จึงทำให้ท่านสามารถค้นหาข้อมูลจากเนื้อหาภายในเล่มได้อย่างรวดเร็ว เลื่อนไปยังหน้าที่อยากอ่านได้ในทันที สามารถแสดงหน้าทั้งหมดแบบภาพขนาดเล็ก เพื่อเลือกแสดงหน้าที่ต้องการได้โดยทันที สามารถย่อขยายการแสดงผลทั้งตัวอักษรและก็ภาพ เพื่อให้อ่านได้ง่าย และสบายตาขึ้น สามารถกำหนด URLs ให้คลิกเพื่อเปิดไปหน้าเว็บเพจต่างๆ ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ เว็บของผู้สนับสนุน รวมถึงการพิมพ์หน้าที่ต้องการได้อีกด้วย
 
ไม่ เพียงเท่านั้น ข้างในตัว e-Magazine ยังมากับความสามารถในการแนะนำ e-Magzine แก่บุคคลอื่นๆ ตัวอย่างเช่น เพื่อน พี่น้อง หน่วยงาน จากบุคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ผ่านช่องทางที่จัดเตรียมไว้ให้ในตัวอีบุ๊ค อย่างเช่น การนำข้อมูลไปแสดงในบล็อก, การส่งผ่านแมสเซส การแชร์ผ่าน Social, Bookmark ฯลฯ ช่วยให้ e-Magazine กระจายไปยังนักอ่านทั้งโลกได้อย่างไม่ยากเย็น รวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพ
 
วิวัฒนาการของ Magazine สู่ e-Magazine
 
เมื่อกาลเวลาผ่านเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นปกติสื่อสิ่งพิมพ์ก็เหมือนกัน จึงมีความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกยุคทุกสมัย พัฒนาการดังกล่าวเป็นไปเพื่ออำนวยให้เกิดผลดีต่อคนซื้อมากยิ่งขึ้นตามลำดับ นิตยสารมีจุดเริ่มต้นขึ้นมาจากความปรารถนาสำหรับการสื่อสาร การสื่อสารระหว่างคนทั่วๆ ไปจะเป็นการสื่อสารโดยใช้ปากเปล่า ส่วนการสื่อสารทางการจะเป็นการติดต่อสื่อสารผ่านการเขียนลงบนกระดาษ หลังจากนั้นต่อมาจึงกำเนิดกิจการการพิมพ์ ทำให้เริ่มมีการทำการพิมพ์มาใช้แทนการเขียน แล้วก็ในที่สุดจึงนำเทคโนโนโลยีการพิมพ์ มาใช้ในการพิมพ์นิตยสาร โดยนิตยสารในสมัยแรกมักจะใช้เป็นสื่อที่ใช้แสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง
 
เมื่อสังคมเริ่มเปลื่ยนไปสู่สมัยอุตสาหกรรม มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น อาทิเช่น สื่อบันเทิงต่างๆ, ภาพยนตร์, แฟชั่น, ความรู้ด้านต่างๆ จึงทำให้การนำเสนอเนื้อความในนิตยสารเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งลักษณะของนิตยสารก็มีวิวัฒนาการเช่นกัน จากเดิมที่เป็นเพียงแค่การพิมพ์ตัวหนังสือลงบนกระดาษ ได้มีการเพิ่มด้านศิลป์เข้าไป การพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ต 4 สี มีการจัดวางแบบให้มีความสวยสดงดงาม เพิ่มเติมข้อมูลส่วนบรรณาธิการ จัดวางหัวหนังสือ รายละเอียดต่างๆ ให้มีความเหมาะสมแล้วก็ดูทันสมัยเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งเป็นวารสารทั่วไปที่เรารู้จักกันดี
 
เทคโนโลยีการสื่อสารรวมทั้งระบบสารสนเทศที่พัฒนา รวมทั้งเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง การกำเนิดของอินเตอร์เน็ต จดหมายอิเล็คทรอนิกส์ และการติดต่อสื่อสารผ่านทวีปที่สบายรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เปรียบได้กับการย่อโลกให้แคบลงและสามารถติดต่อถึงกันได้อย่างเร็วรวมทั้งคลอบคลุม ทำให้แวดวงสื่อสิ่งพิมพ์มีความเจริญและก็การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเริ่มจากการนำประโยชน์ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาดัดแปลงให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้นและมีความสบายรวดเร็วมากขึ้น
 
e-Magazine ก็เลยเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นมาจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี คำนี้อาจจะยังดูเป็นคำใหม่ที่ยังไม่เคยได้ยินนัก แต่แม้ได้ลองเข้ามาดูก็จะพบว่า เนื้อหารายละเอียด ข่าวสาร รูปภาพต่างๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ในนิตยสาร ถูกย่อขนาดให้ลงมาได้ไม่ต่างจากนิตยสารที่เป็นรูปเล่ม แต่จะมีความไม่เหมือนกันในเรื่องของวิธีการและช่องทางการรับสาร รวมไปถึงรูปแบบที่จะมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ได้อย่างนานัปการ อีกทั้งวิธีการรับสารสะดวกสบายมากยิ่งกว่าการรับสารจากวารสารในแบบเดิม e-Magazine สามารถเปิดหน้าหรือเลื่อนหน้า ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลอันล้ำสมัย ทำให้เปิดหน้าในแบบภาพ 3 มิติ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์เสมือนว่ากำลังเปิดหนังสืออยู่ นอกจากนี้แล้วยังมีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้การรับสารมีความสบายรวดเร็วเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลจากรายละเอียดด้านในเล่มสามารถค้นหาได้อย่างเร็ว โดยการกดปุ่ม ค้นหา (Search) จากนั้นสามารถเลื่อนไปยังหน้าที่ต้องการอ่านได้ในทันที, สามารถย่อหรือขยายการแสดงผลทั้งตัวอักษรและก็ภาพ เพื่ออ่านง่าย แล้วก็สบายตายิ่งขึ้น สามารถระบุตำแหน่งของไฟล์บนเว็บไซต์ (URLs) ให้คลิกเพื่อเปิดไปหน้าเว็บเพจต่างๆ หรือเว็บที่เกี่ยวกับเนื้อหา สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติม เว็บของผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงการพิมพ์หน้าที่ต้องการได้ ฯลฯ
 
ปฏิวัติสิ่งพิมพ์
 
ยุค e-Magazine
นับเป็นยุคแรกของการที่วารสารฉบับปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ โดยให้คนอ่านโหลดไฟล์ ในรูปแบบนามสกุล PDF มาดูบนเว็บ เรียกว่าเป็นแค่การเพิ่มช่องทาง จากอ่านบนสิ่งพิมพ์มาอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งการอ่านนั้นไม่มีความแตกต่างจากแมกกาซีน
 
ยุค e-Book
ต่อมาร้านจำหน่ายหนังสือออนไลน์ คลอด e-Book ออกสู่ตลาด อาทิเช่น Kindle จากค่าย Amazon หรือ Nook จาก Barn & Noble เป็นอีกยุคที่เปลี่ยนผ่านของการอ่านหนังสือ เมื่อหนอนหนังสือจะได้เปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านหนังสือบนเครื่องพกพาขนาดจิ๋ว ที่เดินทางไปกับนักอ่านได้ทุกหนทุกแห่ง โหลดหนังสือจากอินเทอร์เน็ตมาอ่านได้ฟรี แล้วก็การอ่านก็สบายตากว่าการมองจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
 
สมัย Digital Magazine
ถึงแม้ e-Book จะตอบสนองการอ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น แม้กระนั้นหลายคนมองว่ายังไม่ใช่จุดเปลี่ยนแปลงของดิจิตอลมีเดียที่แท้จริง กระทั่งการมาของ iPad ด้วยความนิยมในตัวเครื่อง บวกกับการอยู่ในลักษณะของแอพพลิเคชั่นบวกกับ Content หลายคนเชื่อว่าการปฏิวัติสิ่งพิมพ์เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อ iPad สามารถเป็นได้ทั้ง Digital Picture Book (แอพพลิเคชั่นที่ประกอบด้วยหนังสือภาพ), Digital Magazine โดยมีตัวอย่างของวารสารโด่งดังอย่าง Times นั้นประเดิมคลอดแอพพลิเคชั่นให้ผู้ใช้ iPad สามารถดาวน์โหลดไปเพื่ออ่านบทความ ดูวิดีโอ ฟังประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ ได้
 
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน คือ นิตยสารจะมิได้มีแต่โฆษณาภาพนิ่งอีกต่อไป แต่สามารถแสดงในรูปแบบวิดีโอ พ่วงเครือข่ายสังคม หรือดึงข้อมูลจากระบบ CRM เพื่อโอกาสต่อยอดสู่การซื้อสินค้าได้เลย ไม่มีอายุ ในโลกของดิจิตอลแมกกาซีน เว้นแต่ค่ายสิ่งพิมพ์จะไม่ต้องรอรอบวันเวลาวางแผง จะวางถี่ขนาดไหนก็ทำได้ เพราะว่าไม่มีต้นทุนการพิมพ์ แถมสามารถวัดฟีดแบ็กได้รวดเร็วทันใจ ไม่ต้องรอสิ้นปี เกิด Ad 3.0 อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์จะต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานทั้งระบบ โรงพิมพ์จะเปลี่ยนเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ ทุกคนที่เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์จะต้องปรับตัว โปรโมทออนไลน์จะเข้าสู่สมัย Ad 3.0 เปลี่ยนรูปแบบประชาสัมพันธ์เดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
 
สุธิดา มาไลยพันธุ์ Executive Vice President – Digital Media บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เชื่อว่า Digital Media คือเซ็กเมนต์ใหม่ที่สิ่งพิมพ์จะต้องทำ โดยเฉพาะการมาของ ประชาสัมพันธ์ 3.0 ที่จะมีบทบาทต่อไป “Ad 1.0 คือโฆษณาในก่อนสมัยอินเทอร์เน็ตกำเนิด Ad 2.0 เป็นยุคของเว็บไซต์ โฆษณาเริ่มวัดผลการเข้าชมจากปริมาณคลิกได้ เวลาที่ Ad 3.0 จะทำให้เข้าถึงผู้ใช้ได้ตรงเพิ่มมากขึ้น กูเกิลเป็นแบบอย่าง รวมทั้งยังรู้ด้วยว่า ลูกค้าเป็นใคร ชอบอะไร เมื่อกำหนดกลุ่มลูกค้าได้ วัดผลได้ การลงทุนก็คุ้มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งลูกค้าสามารถเลือกได้ ว่าอยากรับโฆษณาสินค้าอะไรบ้าง” ข้อเสียสำคัญของ Digital Media คือปัญหาการถูกก๊อบปี้ แต่ว่าหลายท่านเชื่อว่าการจัดการลิขสิทธิ์ดิจิตอลหรือ DRM ในโลกของ Digital Media จะเกิดขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังในไม่นานนี้ แต่ว่าถ้าเกิดแมกกาซีนฉบับใดหารายได้จากประชาสัมพันธ์ ปัญหาเรื่องการก๊อบปี้ก็ไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด
 
ศัพท์ใหม่สมัย Digital Media
 
- จากคำเรียกแผงจัดจำหน่ายหนังสือพิมพ์แมกกาซีนตามร้านค้าย่อยว่า News Stand วันนี้เกิดศัพท์คำว่า Hand Stand ขึ้นมาแล้ว เพราะมันเป็นร้านจำหน่ายหนังสือพิมพ์นิตยสารที่อยู่บนมือของเราเอง
- In App Perchaser คำศัพท์ใหม่สำหรับเรียกกลุ่มตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ ลูกค้ากลุ่มนี้คือผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านแอพพลิเคชั่น เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในธุรกิจประชาสัมพันธ์บนแอพพลิเคชั่นคัญของ Digital Magazine
 
บทบาทของ Digital Magazine ที่มีผลกระทบต่อนักอ่าน
 
การเปลี่ยนแปลงการอ่านแบบอนาล็อก (Analog) มาสู่การอ่านแบบดิจิทัล (Digital) เพราะนอกจากจะทำให้นักอ่านได้รายละเอียดที่คงไว้ซึ่งคุณภาพแล้ว ยังได้เรื่องหลากหลายของรูปแบบสำหรับในการ นำเสนอสามารถค้นหาเนื้อหาในเชิงลึกและก็กว้าง ทั้งยังสามารถตอบสนอง (Interactive) ไปยังผู้สร้างได้โดยตรงอีกด้วย
 
รูปแบบของคนอ่านที่แปรไปตามยุคสมัยคนอ่านสามารถ ใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับรูปแบบของ Digital Magazine เพื่อพัฒนาการอ่านรวมทั้งเพิ่มการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง ผลพวงของ DigitalMagazine สามารถช่วยสร้างการเรียนที่สนุกสนาน รวมทั้งได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างเช่นศุภวัฒน์คงทอง 13 ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันNJSpellingBee2011พูดว่า “ได้ทำความเข้าใจภาษาอังกฤษจาก NJ Magazine มาโดยตลอด ปกติอ่านในแบบกระดาษก็ได้วิชาความรู้รวมทั้งสนุกมากแล้ว เมื่อ NJ มาอยู่ในโทรศัพท์และแท็บเล็ตก็ยิ่งสบายเยอะขึ้น สิ่งที่ศุภวัฒน์ถูกใจมากที่สุดคือ ลูกเล่นมากมายซึ่งจะพาให้เขาและก็คนอ่านทุกคนได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างตื่นตาตื่นใจ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ”
 


10 e-Magazine ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. แพรว
นิตยสารรายปักษ์สำหรับสาวยุคใหม่วัยทำงานที่ทันสมัยเป็นนิตยสารที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงในทุกด้านมีเนื้อหาสาระและความบันเทิงครบครันตั้งแต่แฟชั่นความงามสุขภาพไลฟ์สไตล์ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในสังคมบทสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจและเรื่องราวต่างๆที่ผู้หญิงควรรู้โดยในปีที่ผ่านมานิตยสารแพรวได้มีการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยและน่าอ่านยิ่งขึ้นออกวางตลาดทุกวันที่ 10 และ 25 ของเดือน
 
2. A'Lure Magazine
นิตยสาร A’lure นิตยสารแฟชั่นสาวสวยที่ยกขบวนความน่ารัก สดใส เซ็กซี่ มาเพื่อคุณผู้ชายโดยเฉพาะ พบกันเป็นประจำทุกเดือน
 
3. ชีวจิต
ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพป่วยก็ต้องอ่านไม่ป่วยก็ต้องอ่าน เป็นแนวความคิดต่อ เรื่องสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic) คือผนวกรวมเอา "ชีว" ที่หมายถึง "กาย" รวมเข้ากับ "จิต" ที่หมายถึง "ใจ"
ให้เป็นสองภาคของชีวิตที่มีผลต่อกันและกันโดยตรง ไม่อาจแยกกายออกจากจิต และจิตย่อมกระทบถึงกายเช่นเดียวกัน
ความหมายและการปฏิบัติตัวตามแนวทางของชีวจิต จึงอาจอธิบายได้ว่า คนเราจะมีความสุขความแข็งแรงได้ก็ต่อเมื่อกายและใจทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Wholeness as Perfection) การใช้ชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ บริสุทธิ์ละเรียบง่าย เป็นแก่นความคิดสำคัญอีกประการหนึ่งของชีวจิต ใช้ชีวิตในที่นี้หมายรวมถึง การบริโภคอาหารสุขภาพที่มาจากธรรมชาติ และมีการดัดแปลงน้อยที่สุด รวมถึงการบริโภคผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มาจากธรรมชาติหรือใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นจากความยุ่งเหยิงวุ่นวายของสังคมแบบวัตถุนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมัยใหม่นานัปการ แนบเนื่องกับแนวปฏิบัติทางร่างกาย ต้องมีการปฏิบัติทางใจควบคู่ไปด้วย เป้าหมายของการฝึกจิตใจ...
 
4. SECRET
นิตยสารรายปักษ์แนวสุขภาพที่สร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตเป็นหลักให้แก่ชีวิตเป็นที่พึ่งทางใจด้วยการนำเสนอแง่คิดดีๆจากหลากหลายบุคคลผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายอ่านสนุกให้แง่คิดเคล็ดลับและแนวทางปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จในชีวิตวางตลาดทุกวันที่ 10 และวันที่ 26 ของเดือน
 
5. นิตยสารแม่บ้าน
"อร่อยง่ายๆ ทำได้จริง" กับนิตยสารแม่บ้านที่อยู่คู่ครัวเรือนไทยมากว่า 37 ปี ยอดขายสูงสุดในประเทศไทยในด้านนิตยสารอาหาร ภายในนิตยสารแม่บ้านพบกับสูตรอาหารคาว อาหารหวาน อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารสำหรับเด็ก รวมทั้งเมนู Bakery ที่น่าสนใจมากมายให้ได้เลือกปรุง พร้อมขั้นตอนการทำอย่างละเอียดที่สามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเคล็ดลับต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย"
 
6. RUSH Magazine
RUSH นิตยสารฉบับรายเดือนที่รวบรวมสาวสวยสุดร้อนแรง เผยความเซ็กซี่เอาใจหนุ่มๆกันทุกฉบับ พร้อมอัพเดทไลฟ์สไตล์สุดเท่ ที่หนุ่มๆทุกคนไม่ควรพลาด
 
7. บ้านและสวน
นิตยสาร บ้านและสวน มุ่งนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านการจัดสวนเกร็ดความรู้เกี่ยวกับบ้านรวมถึงเทรนด์การออกแบบสถาปัตยกรรมงานศิลปะไลฟ์สไตล์และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยมีกลุ่มผู้อ่านที่ครอบคลุมช่วงวัยทำงานผู้ที่มองหาบ้านเพื่อสร้างครอบครัวใหม่หรือผู้ที่ต้องการต่อเติมและตกแต่งบ้านวันนี้ “บ้านและสวน” เป็นนิตยสารเกี่ยวกับบ้านและสวนที่มียอดพิมพ์ต่อฉบับสูงสุดในประเทศซึ่งนับได้ว่าเป็นนิตยสารหมวดตกแต่งบ้านที่ขายดีที่สุดของประเทศไทยวางตลาดทุกวันที่ 10 ของเดือน
 
8. Bioscope Magazine
BIOSCOPE นิตยสารภาพยนตร์ที่เชื่ออย่างหมดใจว่า Movie is Magic...หนังสามารถบันดาลใจคนได้เปลี่ยนแปลงโลกได้ เป็นกระจกสะท้อนอะไรหลายต่อหลายอย่าง จนอาจเรียกได้ว่าหนังเป็นประตูที่จะพาคนดูไปเรียนรู้โลกใบใหญ่ และเราขอทำหน้าที่แง้มประตูบานนั้นด้วยสายตาอันกระตือรือร้นต่อการเปลี่ยนแปลงของวงการหนังและโลก
 
9. VOGUE THAILAND
นิตยสารโว้ก ประเทศไทย เป็นนิตยสารโว้กลำดับที่ 21 ของโลก ที่เน้นเรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับแฟชั่น รวมถึงความงาม และไลฟ์สไตล์ของทั้งต่างประเทศและในประเทศ นำเสนอผ่านมุมมองของบรรณาธิการและนักเขียนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะด้านจริงๆ เป็นเสมือนเพื่อนสนิทของผู้หญิงไทยที่จะคอยแนะนำข่าวสารข้อมูลพร้อมกับสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เพื่อนเสมอ และที่สำคัญที่สุดก็คือ นิตยสารโว้กฉบับภาษาไทยต้องการนำเสนอฝีมือของคนไทยเราเองจากหลากหลายอาชีพ อย่างเช่น ช่างภาพ ดีไซเนอร์ ให้เป็นที่แพร่หลายและภาคภูมิใจในความเป็นไทยร่วมกัน
 
10. GQ THAILAND MAGAZINE
GQ Thailand เป็นนิตยสาร GQ ที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นประเทศที่ 20 ของโลก และถือเป็นผู้นำด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของสุภาพบุรุษที่ได้รับการยอมรับจากผู้อ่านทั่วโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ นำเสนอเนื้อหาสาระรอบตัวที่เหมาะกับผู้ชายไทยยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่เทรนด์การแต่งกาย การดูแลภาพลักษณ์และสุขภาพ อัพเดตกระแสวัฒนธรรมป๊อป รูปแบบการใช้ชีวิตและการท่องเที่ยว บทสัมภาษณ์ของบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนการหยิบยกประเด็นในสังคมไทยที่น่าสนใจมาถ่ายทอดเป็นบทความที่อ่านง่ายและได้แง่คิด ให้ทุกมุมมองของคุณมีดีมากกว่าแค่คำว่าดูดี เพื่อให้คุณเป็นผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม ดังสโลแกนของ GQ ที่ว่า “Look Sharp, Live Smart”
 
 

4

 
ไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่าหนังสือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็ก ตั้งแต่ปี 2014 ธุรกิจหนังสือเด็กเติบโตในอัตราที่สูงมากและทิศทางยังคงพุ่งขึ้นต่อไปเรื่อยๆ พวกเรามีตัวเลขยืนยันความอะเมซิ่งของหนังสือกลุ่มนี้ได้ อย่างตลาดหนังสือเด็กในอังกฤษปี 2014 มีมูลค่า 332.2 ล้านปอนด์ มากขึ้น 7% ในปี 2015 แถมสูงขึ้นไปอีก 7% สู่ 379.5 ล้านปอนด์ในปี 2016
 
เทคนิคการเลือกหนังสือสำหรับเด็ก
 
แรกเกิด – 1 ขวบ
 
เด็กอ่อนที่ได้ฟังคนอ่านหนังสือให้ฟัง จะได้รับความสนุกจากการได้ยินเสียงรวมทั้งมีความสุขจากการถูกอุ้มไว้ พ่อแม่ที่เริ่มอ่านหนังสือให้เด็กแรกเกิดฟังตั้งแต่กำเนิด มักอ่านตลอดจนโต ทำให้เด็กโตขึ้นเป็นคนรักการอ่าน
การเลือกหนังสือให้เด็กแรกคลอด เมื่อเด็กแรกคลอดอายุ 6 เดือน จะเริ่มสนใจหนังสือสีสดใส โดยเริ่มเอามือแตะต้องที่หนังสือ และก็ส่งเสียงคำราม หรือ จับหนังสือ โบกหนังสือไปๆมาๆ ฟาดหนังสือ เอาหนังสือเข้าปาก หรือ แผดเสียงตื่นเต้น
 
หนังสือที่สมควร คือ หนังสือเล่มแข็งแรงทนทานที่มีรูปภาพสีสดใส หรือ รูปเด็ก หนังสือบทกวี ในตอนที่บางคนอาจชอบหนังสือที่คุณอ่าน แต่ว่าควรอ่านออกเสียงสลับกับการหยุดคุยกับเด็กอ่อนเป็นประจำช่วงวัยนี้ทารกยังไม่รู้เรื่องภาษา แม้กระนั้นชอบฟังเสียงต่างๆ
เมื่ออายุ 9 เดือน เด็กทารกเริ่มแสดงความอยากได้ของตนเอง อย่างเช่น ต้องการทานอาหารเอง อยากถือหนังสือและก็อ่านเอง หากลูกไม่ยินยอมให้คุณถือหนังสือ ให้คุณตระเตรียมหนังสือให้ลูกถือเองเล่มหนึ่ง และก็คุณถืออีกเล่มหนึ่ง อ่านในช่วงเวลาสั้นๆหาหนังสือให้ลูกไว้ถือเล่น เปิดเล่น หรือ ใช้ฟาดตามแต่ต้องการ
 
1-2 ขวบ
 
เมื่ออายุ 12-15 เดือน เด็กแรกเกิดบางทีอาจตั้งใจถือหนังสือกลับด้าน ช่วง 18 เดือน เด็กอ่อนบางทีอาจเปิดหนังสือจากข้างหลังมาด้านหน้า
วัยกระเตาะกระแตะโดยมากรักการเคลื่อนไหว ส่วนผู้ที่ยังเดินมิได้ ชอบการโยก การจั๊กจี้ และก็การกอดในขณะที่ฟังบิดามารดาอ่าน ส่วนผู้ที่เดินได้แล้ว บางทีอาจนั่งฟังได้นานเพียงแค่ 2-3 นาที แต่ว่ายังชอบที่จะฟังไปเดินเล่นไปด้วย เด็กวัยนี้ชอบถือหนังสือเดินไปๆมาๆและก็เอามาให้ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง
เพื่อหลีกเลี่ยงการคัดค้าน ควรจะวางหนังสือไว้ภายในตำแหน่งที่ลูกจับออกมาแล้วก็เก็บเข้าที่เข้าทางได้เอง ควรวางหนังสือให้ลูกเลือกทีละ 3-4 เล่มเพียงแค่นั้น เพราะเหตุว่าหนังสือยิ่งมาก ยิ่งเลือกยากและคุณจำต้องเสียเวลาเก็บจากพื้นของห้อง ให้เข้าที่เก็บหนังสือเป็นเวลานานมากขึ้น
เมื่ออายุ 18 เดือน เด็กเดินได้คล่องแคล่วแล้ว กิจกรรมที่ชื่นชอบเป็นการถือหนังสือเดินไปทั่วๆแล้วก็ลูกเริ่มเรียนรู้แล้วว่า หนังสือเป็นสิ่งที่ใช้ในการเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ได้ โดยการเลือกหนังสือแล้วเดินไปนั่งที่ตักบิดามารดา แล้วพูดว่า “อ่านให้ฟังหน่อย”
เมื่ออายุ 2 ขวบ ลูกเริ่มเข้าใจภาษาเยอะขึ้น หนังสือช่วยทำให้รู้จักสิ่งต่างๆพ่อแม่ชี้รูปที่อยู่ในหนังสือรวมทั้งถามลูกว่าเป็นรูปอะไร รอคำตอบ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยเฉลยคำตอบ หรือชมเชย ถ้าหากลูกตอบได้ถูก หรือถ้าหากลูกตอบผิด ให้สอนคำตอบที่ถูก
เด็กวัยนี้จดจำเรื่องราวต่างๆได้มากขึ้น หนังสือประเภทประพันธ์ คำคล้องจองจะเหมาะสำหรับเด็กวัยนี้ ทั้งชื่นชอบสัตว์ทุกชนิด จะต้องหาหนังสือที่มีภาพสัตว์หรือภาพคน มีอักษรตัวโตๆมาอ่านให้ฟัง ควรจะเป็นหนังสือกระดานบุ๊คที่ทำมาจากกระดาษแข็ง แข็งแรง เนื่องจากว่าเปิดง่าย ควรปล่อยให้ลูกได้สำรวจหนังสือ รวมทั้งกลับหน้ากระดาษเอง โดยบิดามารดาแสดงวิธีเปิดหน้าหนังสือที่ถูกต้องให้ดูก่อน ไม่ช้าเจ้าตัวเล็กจะคว้าหนังสือมาพลิกดูซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือไม่ก็ทำท่าอ่านหนังสือให้ตุ๊กตาตัวโปรดฟัง
 
2-3 ขวบ
 
ตอนวัย 2-3 ขวบ ลูกสามารถใช้ภาษาติดต่อกับคนอื่นๆได้อย่างรู้เรื่องแล้วก็ดีมากขึ้น บอกเป็นประโยคสั้นๆได้แล้ว รวมทั้งมีความเป็นตัวของตัวเองมาก ต้องการทำทุกๆอย่างด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น กินข้าวเอง แต่งตัวเอง เลือกเสื้อผ้าเอง
 
วัยนี้เป็นวัยที่เด็กๆกำลังเข้าเตรียมอนุบาล เป็นวัยที่มีการปรับตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของวินัยและการช่วยเหลือตนเอง ควรจะหาหนังสือที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งรอบข้างรวมทั้งกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่ลูกสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ได้แก่ การแต่งตัว การแปรงฟัน และการเข้าห้องน้ำ การมีวินัย การประพฤติดี ส่งเสริม IQ, EQ, MQ อาทิเช่น บึ้กซ่าขี้โมโห กุ๋งกิ๋งปวดฟัน หนูไม่เคยลืม อื่นๆอีกมากมาย มาอ่านกับลูกๆเพราะการสอนที่ให้เด็กได้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม แถมยังสนุกแบบนี้ จะมีผลให้เขาเกิดการเรียนรู้ได้ดียิ่งไปกว่าการถูกเตือนหรือถูกอบรมสั่งสอนในช่วงเวลาที่ตัวเขาเองทำผิดเป็นไหนๆ
 
4-6 ขวบ
 
วัยนี้มีจินตนาการบรรเจิด เชื่อว่ามีเวทมนตร์คาถาวิเศษ เชื่อว่าความสุขทำให้ดวงอาทิตย์เปล่งแสง หรือ ซานตาคลอสมีจริง ดังนั้นเด็กวัยนี้ก็เลยชอบการอ่านนิทาน วิธีสนุกสนานกับการอ่านหนังสือให้ลูกวัยนี้ ทำได้โดย
 
- มีหนังสือไว้ในทุกๆที่ในบ้าน ได้แก่ ห้องรับแขก สุขา ห้องอาหาร ห้องนอน
- จัดเวลาก่อนนอนหรือตอนเช้าหลังตื่นนอน ตรงเวลาอ่านหนังสือด้วยกัน
- หยุดอ่าน เมื่อคุณหรือลูกอยากหยุด (ลูกหลับหรือไม่ตั้งใจฟัง)
- จำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ ด้วยเหตุว่าการดูทีวีทำลายจินตนาการของเด็ก และก็ทำให้ไม่ว่างเหลือสำหรับในการอ่านหนังสือ
- พาลูกไปหอสมุด แทนที่จะพาไปเดินห้างสรรพสินค้า
- ให้ลูกมีส่วนร่วมสำหรับการอ่าน ยกตัวอย่างเช่น ถามข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรือตัวละคร
- ทดลองให้ลูกช่วยคุณแต่งนิทานรวมทั้งอ่านร่วมกัน
 
ช่วงวัยนี้เป็นตอนเวลาที่โลกใบเล็กของลูกขยายกว้างจากรั้วบ้านออกไปสู่สังคมด้านนอก นอกเหนือจากการส่งเสริมประสบการณ์ในบ้าน ที่พ่อแม่สามารถใช้กิจวัตรประจำวันเป็นช่องทางสำหรับในการสอนอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว บิดามารดายังจำต้องเตรียมพร้อมให้ลูกมีความถนัดสำหรับการช่วยเหลือตนเองเยอะขึ้น เพื่อจะดำเนินชีวิตในสังคมโรงเรียนได้เป็นอย่างดี
 
6 ขวบขึ้นไป
 
วัยนี้ก็คือเด็กวัยประถมนั่นเอง เด็กวัยนี้เริ่มอ่านหนังสือได้เองแล้ว รวมทั้งมีช่วงความสนใจนานขึ้น โดยเหตุนี้ หนังสือที่เด็กๆในวัยนี้จะเริ่มมีความสนใจเป็นพิเศษก็คือ หนังสือที่เกี่ยวกับความรู้รอบตัวนั่นเอง ได้แก่ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โลกใต้ทะเล อวกาศ อื่นๆอีกมากมาย
การอ่านออกเสียงให้ลูกฟังยังทำได้ในเด็กวัยนี้ เพราะเป็นการช่วยให้คุณแล้วก็ลูกได้มีเวลาที่มีความสุขร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ลดความตึงเครียดจากข้อคิดเห็นที่ขัดแย้ง ซึ่งคือเรื่องธรรดาเมื่อลูกโตขึ้น
การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังช่วยทำให้ลูกสนใจอ่านหนังสือที่ยากเกินความสามารถของเขา จวบจนกระทั่งกำลังจะถึงวัยที่เขาเริ่มอ่านได้ด้วยตัวเอง และยิ่งช่วยมากขึ้น แม้ลูกเป็นเด็กที่มีปัญหาสำหรับในการอ่าน เพราะเด็กแต่ละคนมีความเข้าใจสำหรับการอ่านเอง ช้าเร็วไม่เท่ากัน บางคนอ่านก้าวหน้าตั้งแต่ประถมหนึ่ง แต่บางบุคคลบางทีอาจช้าไปอีกสองปี แม้จะมีความฉลาดเท่ากันก็ตาม เด็กที่อ่านได้ช้ากว่า ถ้าเกิดมีบิดามารดารออ่านหนังสือให้ฟัง อาจช่วยให้เขารักรวมทั้งเป็นสุขกับการอ่าน
การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังช่วยพัฒนาความสามารถสำหรับการฟัง ควรจะอ่านแล้วก็หยุดเพื่อคุยเกี่ยวกับเรื่องราวให้ลูกรู้เรื่อง เป็นภาษาที่ลูกเข้าใจได้ง่าย และมีการถามเพื่อลูกตอบ รวมทั้งให้ลูกทดลองคาดคะเนเรื่องราวตอนต่อไป
 
นิทานอีสป
 
อีสป (Aesop) เป็นนักเล่านิทานหรือนักเล่าเรื่องชาวกรีกโบราณ ซึ่งนับว่าเป็นเจ้าของนิทานจำนวนหนึ่งซึ่งตอนนี้รู้จักกันรวมๆว่า นิทานอีสป ถึงแม้การยังอยู่ของเขาจะยังไม่แน่ชัด และไม่มีงานประพันธ์ของเขาเหลือรอดมาเลย (หากมี) แต่นิทานจำนวนหลายชิ้นซึ่งนับได้ว่าเป็นของเขาถูกเก็บรวบรวมตลอดหลายศตวรรษในหลายภาษาในจารีตประเพณีการเล่าเรื่องซึ่งดำเนินมาจวบปัจจุบัน นิทานหลายเรื่องใช้สัตว์หรือวัตถุไม่ใช่สัตว์ซึ่งสามารถพูด แก้ไข รวมทั้งโดยทั่วไปมีคุณสมบัติอย่างมนุษย์
เนื้อหาชีวิตของอีสปที่กระจัดกระจายสามารถพบได้ในแหล่งข้อมูลโบราณ รวมทั้งอริสโตเติล เฮโรโดตัส รวมทั้งพลูทาร์ก งานวรรณกรรมโบราณชื่อ The Aesop Romance เล่าชีวิตอีสปเป็นตอนๆและอาจเป็นฉบับที่เป็นนิยายอย่างสูง ซึ่งรวมถึงคำชี้แจงเขาแต่เดิมว่าเป็นทาสที่น่าเกลียดสะดุดตา ซึ่งได้รับเสรีภาพของตัวเองมาด้วยความฉลาด แล้วก็กลายเป็นผู้ถวายข้อเสนอแนะแก่กษัตริย์ แล้วก็นครรัฐต่างๆประเพณีสมัยหลัง (ซึ่งมาจากยุคกลาง) พรรณนาอีสปว่าเป็นชาวเอธิโอเปียผิวดำ
 
ตัวละคร นิทานอีสป?
ตัวละครของนิทานอีสป มักจะเป็นสัตว์ที่เป็นตัวชูโรงโดยสัตว์จะทำรวมทั้งพูดคุยเหมือนคน แม้กระนั้นจะรักษาลักษณะของสัตว์ประเภทนั้นๆไว้ อย่างเช่น เสือดุร้าย ลาโง่ยืดยาด หมาป่าเจ้าเล่ห์
จุดเด่น นิทานอีสป?
นิทานอีสป เป็นเรื่องราวที่มีชื่อเสียงรวมทั้งให้ความบันเทิงที่ดีสำหรับเด็ก นิทานหรือเรื่องราวทั้งสิ้นที่สั้นมากๆเพื่อให้เด็กมีความสนใจ และมีสัตว์เป็นตัวเอกของเรื่องซึ่งสัตว์ที่รักของเด็กๆ
 
การเปรียบเทียบของนิทานอีสป
ตัวละครส่วนมากของอีสปเป็นสัตว์ เขาเปรียบเทียบให้ จิ้งจอก ชอบเป็นคนเจ้าเล่ห์ สิงโตหรือราชสีห์ ชอบหมายถึงเป็นผู้แทนของผู้มีอำนาจ คนบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ผู้ดูแล หนููหมายถึงผู้ต้อยต่ำ ลา มักจะหมายถึงผู้ที่ด้อยปัญญา เป็นต้น
 
การฝึกความสามารถการลากเส้นต่อจุด
 
เพื่อฝึกฝนสมาธิรวมทั้งการสังเกตให้กับลูก ควรจะเริ่มจากการลากเส้นต่อจุดจากสีหนึ่งไปอีกสีหนึ่ง เพื่อเด็กเกิดความรู้ความเข้าใจและสนุกสนานกับแบบฝึกหัด โดยเรามีเทคนิคง่ายๆมานำเสนอ
 
1. วางหนังสือให้ตรง ห้ามหมุนหนังสือ เพื่อฝึกหัดให้เด็กได้ลากเส้นหลายแนวทาง
2. ห้ามใช้ไม้บรรทัด เพื่อฝีกการควบคุมการเคลื่อนของนิ้วมือ
3. เมื่อฝึกหัดแรกๆให้ขีดเส้นรอยต่อจุด เมื่อฝึกจนกระทั่งช่ำชองให้แล้วตีเส้นจาก จุดเริ่มไปถึงจุดจบ
4. ควรลบให้ต่ำที่สุด เพื่อฝึกให้พินิจตำแหน่งให้ดีก่อนตีเส้น
5. บรรยากาศในการทำควรสดชื่น แจ่มใส ให้เด็กทำเท่าที่ต้องการทำ ทำวันละนิด แต่ว่าเน้นในเรื่องประสิทธิภาพของเส้นไม่เน้นในเรื่องจำนวน และไม่ควรจะบังคับ บังคับเพราะว่าเด็กจะเบื่อ และไม่อยากทำ
6. ควรให้เด็กทำด้วยตัวเอง ไม่ควรช่วยเด็กทำผู้ปกครองเพียงให้กำลังใจ แล้วก็ยกย่องเพียงแค่นั้น หากเด็กยังทำไม่ได้ผู้ปกครอง ควรให้เด็กได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือการสังเกต การใช้กล้ามมือ แล้วก็การประสานสัมพันธ์ของตา และก็มืออย่างเสมอ แล้วก็ชี้แนะการลากเส้นตามขั้นตอนข้างต้น



5 หนังสือเด็กที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. 100 สุดยอดนิทานอีสปแสนสนุก ฉบับ ภาษาไทย+MP3
พบกับเรื่องราวสนุก ๆ ชิงไหวพริบ และมิตรภาพอันน่าประทับใจของเหล่าสัตว์ป่า คัดสรรมาจากนิทานเรื่องเด่นของ "อีสป" นักเล่านิทานระดับโลก เช่น มดกับนกพิราบ กระต่ายป่ากับเต่า สิงโตกับหนู หมากับเงา เด็กเลี้ยงแกะ หมาหางด้วน อึ่งอ่างกับวัว หมาจิ้งจอกกับนกกระสา แม่ห่านกับไข่ทองคำ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สร้างความประทับใจให้แก่คนทั่วโลกมาแล้วทุกยุคทุกสมัย สอดแทรกคำถามชวนคิด ช่วยให้น้องๆ ฝึกคิดแบบสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเป็น ความรู้น่าทึ่งของเหล่าสัตว์โลก ที่จะทำให้น้องๆ ประหลาดใจและได้รู้ความรู้ไปพร้อมกัน ตลอดจนมีซีดีเสียงนิทาน ฟังสนุกทุกเรื่อง ฟังเพลินทุกเวลา
คำถามชวนคิดช่วยให้น้องๆ ฝึกคิดแบบสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเป็น ความรู้น่าทึ่งของเหล่าสัตว์โลก ที่จะทำให้น้องๆ ประหลาดใจและได้ความรู้ไปพร้อมกัน ซีดีเสียงนิทาน ฟังสนุกทุกเรื่อง ฟังเพลินทุกเวลา
 
2. ชุด นิทานพัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์ (EQ) 4 เล่ม
หนังสือนิทาน 1 เล่ม สามารถส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้มากกว่า 1 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา หนังสือนิทานจึงเป็นสื่อสำคัญในการพัฒนาภาษา ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนทักษะต่างๆ นอกเหนือจากการจรรโลงจิตใจให้เบิกบาน และการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน อันเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดอ่านได้ 2 ด้าน (2 ภาษา อังกฤษ-ไทย)
 
3. ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ อายุ 4 ปี รูปทรงหรรษา+Sticker
"ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ รูปทรงหรรษา สำหรับเด็กอายุ 4 ปี" เล่นนี้ เน้นกิจกรรมการแยกแยะรูปทรง การจับคู่ และการรวมรูปร่างรูปทรง ฯลฯ ซึ่งการฝึกฝนให้เด็ก ๆ คิดวิเคราะห์เรื่องรูปร่างรูปทรงนั้น จะค่อยๆ พัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน จากรูปธรรมไปหานามธรรม และจากรูปทรงสามมิติไปหารูปทรงสองมิติ ถึงเวลาแล้วที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องรูปร่างรูปทรงอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นการให้เด็กๆ ฝึกคิดวิเคราะห์อย่างตั้งใจ และแบ่งปันความรู้ รวมทั้งความสำเร็จในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน
ค้นหาคำตอบตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงที่ซับซ้อนขึ้น ฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ล้อรถกลมๆ ที่แล่นอยู่บนท้องถนน หลังคาบ้านมุมแหลม ตู้ไปรษณีย์สี่เหลี่ยม พระจันทร์เสี้ยว สัญลักษณ์เครื่องหมายบวก ดอกไม้ รูปดาว รูปหัวใจ และสิ่งของที่เด็กๆ พบเห็นได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ล้วนมีรูปร่างรูปทรงซ่องอยู่มากมาย การที่เด็กๆ รู้จักชื่อของรูปร่างรูปทรงและสามารถแยกแยะรูปร่างรูปทรงของสิ่งต่างๆ ได้ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงควรได้รับการฝึกฝน และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งของต่างๆ รอบตัวทั้งที่บ้านและโรงเรียน เช่นลูกบอล กล่อง บล็อกไม้ เป็นต้น
 
4. จับคู่ลับสมอง ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ (อายุ 5 ปี)
"ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ จับคู่ลับสมอง สำหรับเด็กอายุ 5 ปี" เล่มนี้ มีคำถามให้เด็กๆ ได้คิดวิเคราะห์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ผ่านวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เกมเขาวงกต การติดสติกเกอร์ การลากเส้นจับคู่ การระบายสี เพื่อไม่ให้เด็กๆ เกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยดึงดูดให้เด็กๆ เข้าสู่โลกแห่งการจับคู่ ที่ทำให้เพวกเขารู้สึกว่ากำลัง "เล่น" ไม่ใช่กำลัง "เรียน"
ขณที่เด็ก ๆ กำลังคิดหาคำตอบ ควรจะให้เวลาพวกเขาอย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเร่งให้พวกเขาตอบคำถาม เพราะจะเป็นการปิดกั้นโอกาสในการคิดของเด็ก ๆ แต่อาจจะแนะนำหรือชี้แนะแนวทางในการตอบคำถามให้เด็กๆ บ้าง เมื่อสมองส่วนซีรีเบลลัมได้ทำการคิดวิเคราะห์ จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้เด็กๆ ไปอีกหนึ่งขั้น
แยกแยะประเภทและปริมาณของสิ่งต่างๆ แล้วนำมาคิดวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบ "การจับคู่" หมายถึง การหาสิ่งที่มีลักษณะเด่นสอดคล้องกันมาเข้าคู่กัน นอกจากจะนำสิ่งที่เหมือนกันมาจับคู่แล้ว ยังรวมไปถึงการจับคู่ความสัมพันธ์หรือตัวเลขอีกด้วย กิจกรรมการจับคู่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจความหมายของ "มูลค่าที่เท่ากัน" ช่วยพัฒนาความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ดังนั้นการจับคู่จึงเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคตที่จะมองข้ามไม่ได้ ลงมือทำแบบฝึกหัดจับคู่ ใน "จับคู่ลับสมอง" เล่มนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคต
 
5. ลากเส้นลีลามือ พื้นฐาน
แบบฝึกเตรียมความพร้อม ลากเส้นลายมือและระบายสี สำหรับฝึกบังคับกล้ามเนื้อมือ และทักษะการขีดเขียนลากเส้นตามเส้นประ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ฝึกเตรียมความพร้อมเพื่อเสริมทักษะการเขียนสำหรับเด็กวัย 2 ปีขึ้นไป
 

5

 
วรรณกรรม คือ วรรณคดีหรือศิลป์ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นได้เพราะการคิด แล้วก็จินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับขาน หรือสื่อออกมาด้วยเคล็ดวิธีต่างๆโดยธรรมดา จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 จำพวก คือ วรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ แล้วก็วรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้เขียนบันทึก
 
โดยเหตุนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติความเป็นมา นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ตลกขบขัน เรื่องสั้น นิยาย เพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ รวมทั้งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้ในการติดต่ออาทิเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาทางการ โดยการใช้ตัวหนังสือ ตัวเลข เครื่องหมาย และภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาท่าทาง หรือประกอบอุปกรณ์อย่างอื่น
 
ความงามหรือศิลปะสำหรับเพื่อการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนและ เหมาะสมกับเวลา จังหวะ แล้วก็บุคคล ยิ่งกว่านั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม ไพเราะ หรืองดงามได้ ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรจะดำรงและถือมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า คนเขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนี้ (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนั้นแปลว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมตอนนี้นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่ยุค รัชกาล ที่ 5 พ.ศ. 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พุทธศักราช 2553)
 
วรรณกรรมพวกร้อยแก้วในขณะนี้จะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี เช่น เรื่องสั้น นิยาย นิทาน บทละคร สารคดีอย่างเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานค้นคว้า ฯลฯ
 
วรรณกรรมจำพวกร้อยกรองขณะนี้เป็นวรรณกรรมที่แตกต่างจากเดิมเป็นเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นในเรื่องเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาแม้กระนั้นเน้นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อแนวคิด สื่อข้อคิดเตือนใจแก่ผู้อ่านมากกว่า ตัวอย่างเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 ชนิด เป็น
 
1. ร้อยแก้ว เป็นเนื้อความเรียงที่แสดงรายละเอียด เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส สอดคล้อง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงดงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และก็ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและก็ศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม อาจเปรียบเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งหมายถึงการเขียนหนังสือจะเป็นเนื้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ ตัวอย่างเช่น สาระสำคัญที่เขียนตามใบปลิว ป้ายสำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนถึงบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกประเภท อาทิเช่น หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็ถือเป็นวรรณกรรมทั้งนั้น จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถทำให้ทราบถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นกับ วรรณศิลป์ คือ ศิลป์สำหรับเพื่อการเขียนหนังสือนั้นเป็นหลัก หากวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็อาจได้รับเชิดชูว่าเป็น วรรณคดี แม้กระนั้นการที่จะระบุว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรจะเป็นวรรณคดีหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาถึงตอนที่เขียนหนังสือนั้นยาวนานพอเหมาะด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือไม่ ด้วยความที่อาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงแค่บางช่วงเท่านั้น ดังนั้นอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง กล่าวคือ เป็นวรรณกรรมที่กลั่นกรองแล้วก็ตกแต่งให้ประณีตและวิจิตรบรรจง มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นคุณประโยชน์ของการประพันธ์ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นวรรณคดีเสมอไป
 
ชนิดของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
 
- สารคดี หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความคิด ประสบการณ์แก่นักอ่าน ซึ่งอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรื่นเริง รื้นเริง สดใสร่าเริงแก่คนอ่าน จึงมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องราวและก็ตัวละคร
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จำต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับชาติมาเกิดย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ว่าที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่และย้อนกลับมากำเนิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนเพิ่งจะครองบัลลังก์ครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกคงจะทราบว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย แค่ไหนกับการต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่จำเจแบบนี้ แต่ในชาติที่ห้า ทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญกับชีวิตของเขามากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จะทำให้คุณรัก ขำขัน แล้วก็ตื้นตันน้ำตาซึม เรื่องราวบางสิ่งบางอย่างที่หล่นหายไป ความเข้าใจของตัวนำ การรับมือและการมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมากำเนิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือไม่ มาร่วมลุ้นในนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" และประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ตลอดชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักทายชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่สนามบิน ครั้งแรกที่เธอพบเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้ชะตาชีวิตของพวกเขามีอันต้องพลิกผัน แต่ครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะมีผลให้ใบหน้าและก็เสียงของเขาเปลี่ยน แต่ว่าเธอยังคงจำเขาได้ เธอเป็นเพียงคนเดียวที่มีความทรงจำของชาติปางก่อน แต่ทว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และก็การต่อสู้แย่งชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ตลอดชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความมั่งคั่งหรือการเคียงคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองหนุ่มสาว การแย่งชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
มีโอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที หากเป็นขุนนางคนอื่นๆอาจเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนขั้น แต่ถังฟั่นไม่เหมือนกับขุนนางทั่วไป แทนที่จะดีใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เฉยๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้จำต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แต่ข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะเหตุว่าคนที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่หูเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แต่ว่าอ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูวิวัฒนาการ ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบมองความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างแดน หรือที่ที่พวกเราไม่รู้จัก คนแก่มักจะเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนที่ไม่รู้จักหรือไปเก็บโน่นเก็บนี่กลับมา เพราะว่าบางทีอาจจะเป็นของสกปรก เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่พวกเราไม่รู้เรื่องและนำภัยมาสู่เราได้แต่ "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อคำตักเตือนจำพวกนี้นัก นางไม่ตั้งใจเก็บเด็กชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บและก็ตัวคนเดียว นางก็เลยนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงจะเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะปั้นเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายประเภทกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือเปล่า แต่ว่ามันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตากรรมอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย และเล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายกาจอย่างต่อเนื่องร้ายแบบซื่อๆจะเป็นยังไง ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงแค่ทำให้เยืยนซุยหลง แต่ยังช่วยทำให้เมิ่งถิงเอาชีวิตรอดมาได้ทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาปะทะกับแม่สามี และก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่ว่าอย่าคิดว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดตอบโต้ไม่ทัน แต่ศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตัวเองตายไปเสียก่อนด้วยเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกที ชนะแบบที่เจ้าตัวยังมึนงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุเพิ่งยี่สิบก็สอบได้ลำดับหนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง เวลานี้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ละเอียดลออก็แค่กับเรื่องอาหารเพียงแค่นั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ เงียบเฉยพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ พื้นฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความเกี่ยวพันทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งหัวหน้าของถังฟั่่นและก็ศิษย์พี่ เพราะมีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขี้ขลาด เกรงอิทธิพล แค่เพียงรักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีโชคชะตาอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่ารักน่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha

6

 
นิยาย คือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ. 2525 บอกคำจำกัดความของนิยายไว้ว่า หมายความว่าเรื่องที่เล่าต่อกันมา คือความไม่เที่ยงหรือไม่ใช่ความเป็นจริงทั้งหมดทั้งปวง มีการเติมแต่งเสริมต่อบางตอนเรื่องราวนั้นจะต่างไปจากชีวิตจริง ยกตัวอย่างเช่น เกิดเป็น ลูกสัตว์แล้วมาใช้เวทย์มนต์คาถาให้เปลี่ยนเป็นมนุษย์ได้ในตอนหลัง เป็นต้น
 
จากความหมายของนิทาน ตำนาน นิยาย ดังที่พูดมาแล้วข้างต้น จะเห็นว่ามีความคล้ายกัน จนกระทั่งครั้งคราวแยกกันไม่ออกและมีนิยาย ตำนาน นิทานพื้นบ้านอยู่จำนวนมาก ในขณะนี้พวกเราใช้คำว่านิยายเพื่อเรียกเรื่องราวที่มีผู้ประพันธ์ขึ้น บางทีอาจจะอิงหลักความเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม นิยายมีหลากหลายประเภท
 
ชนิดของนิยายต่างๆ
 
- นิยายรัก นิยายโรมานซ์ การดำเนินเรื่องโดยใช้เรื่องความรักเป็นหลักสำคัญ เน้นในเรื่องความรู้สึกรวมทั้งอารมณ์ของตัวละคร
- นิยายสยองขวัญ นิยายตื่นเต้น เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวด้วยตัวละครผี สาง นางไม้ เพื่อผู้อ่านสัมผัสได้ถึงความน่ากลัว
- นิยายดราม่า การถ่ายทอดเรื่องราวด้วยตัวละครที่มีชีวิตแสนลำบาก รันทด และสอดแทรกคติธรรมในนิยายประเด็นนั้นๆ
- นิยายแฟนตาซี เป็นการเดินเรื่องราวของตัวละครที่ไม่ใช่มนุษย์ อย่างเช่น แวมไพร์ แวร์วูลฟ์ แม่มด พ่อมด แล้วก็ ไซเรน เป็นต้น (นิยายแฟนตาซียังแบ่งได้อีกหลากหลายประเภท
- นิยายพีเรียด หรือนิยายย้อนยุค เน้นในเรื่องการเขียนฉากหรือสถานที่เรื่องราวในอดีต และก็ให้ตัวละครเข้ากับสมัยนั้นๆ
- นิยายอิโรติก เน้นในเรื่องการบรรยายให้เข้าถึงความรู้สึกกามารณ์ของตัวละครในฉากกามารมณ์นั้นๆ
- นิยาย Yuri-Yaoi หรือนิยาย Y เน้นในเรื่องการบรรยายถึงความรักไร้พรมแดน แต่ไม่ใช่กับเพศตรงข้าม เน้นในเรื่องการบรรยายถึงความรักแบบเพศเดียวกัน ชายรักชาย หญิงรักหญิง
 
นิยายแปล
 
นิยายแปลก็คือ สำนวนที่แปลมาอีกภาษาหนึ่งซึ่งรูปคำประโยคจะไม่เคยรู้คนไทย อย่างนิยายจีนกำลังภายนับว่าเป็นสำนวนนิยายแปลด้วยเหมือนกัน ลองเทียบกันได้เลยระหว่างสำนวนที่คนไทยแต่งเองกับสำนวนต่างชาติที่ผ่านการแปล
 
ยกตัวอย่างคำว่า "ประทับใจ" ในบางภาษามีศัพท์ที่หมายความว่าประทับใจเยอะมาก และแต่ละคำก็แสดงถึงความซาบซึ้งที่ไม่เหมือนกัน สมมติว่าแปลเป็นไทยเป็น "ประทับใจถึงขีดสุดจนจิตใจสะเทือนเลือดพลุ้งพล่านฮอร์โมนสูบฉีด" พอคิดคำไทยที่ใกล้เคียงและแบบกระชับมาหน่อย เช่น "สะเทือนอารมณ์" แม้กระนั้นบริบทมันไม่ใช่การสะเทือนอารมณ์ พวกเราก็จะต้องพยายามหาคำที่เข้ากับบริบทให้ได้ สุดท้ายพอหาไม่ได้ หรือหาได้แต่ว่าใช้แทนแล้วมันแปลก แปลกแยก ลิเก อื่นๆอีกมากมาย พวกเราก็จำต้องมาชี้แจงให้ยาวหน่อย หรือเพิ่มคำสร้อยเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ตัวละครหรือสถานการณ์นั้นๆอีกที
 
นิยายแฟนตาซี นิยายแห่งโลกมหัศจรรย์
 
นิยายแฟนตาซี Fantasy Fiction คือ นิยายที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องที่น่าพิศวง ตัวอย่างเช่น มนตร์ พลังเหนือธรรมชาติ สัตว์วิเศษ หรือ สัตว์ในตำนาน และ การต่อสู้ที่สุดแสนจะเกินบรรยาย ซึ่งนิยายแฟนตาซีจะสะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการณ์ที่ไม่จบไม่สิ้นของคนอีกจำนวนไม่น้อย
 
เรื่องอะไรบางอย่างไม่มีอยู่จริง แต่ว่า คุณสามารถทำให้มันมีอยู่จริงได้ในรูปแบบของตัวอักษร
 
ในประเทศไทยเอง ก็มีสำนักพิมพ์เยอะไปหมด แล้วก็แน่นอนว่านิยายแฟนตาซีก็มีเยอะไม่แพ้กัน มีทั้งคนไทยแต่งเอง รวมทั้ง นิยายแปลจากต่างประเทศ คุณสามารถเลือกซื้อมาอ่านได้ตามที่ใจต้องการ และก็เพลินไปกับนิยายได้อย่างเต็มที่ด้วย แฟนตาซีหลายๆเรื่อง อย่างในชุดของ "Forgotten Realm" แม้ว่าจะมีเครื่องจักร หรือวิทยาศาสตร์เข้ามาประกอบอยู่ด้วย แต่ว่าด้วยองค์ประกอบของฉาก และก็เนื้อเรื่อง ย่อมดูออกทันทีว่าเป็นแฟนตาซี
 
เสน่ห์ของนิยายแปลแฟนตาซี คือความหลากหลายของโครงเรื่อง และก็ตัวละคร แม้กระนั้น ออร์สัน สก็อต การ์ด เคยให้ข้อคิดเห็นไว้ใน "How to write Science Fiction and Fantasy" ของเขาว่า นิยายแฟนตาซีที่สนุกสนานแล้วก็น่าติดตามนั้น เมื่อคุณสร้างโลกขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ว่าตัวละครทุกตัว (หรือบางตัว) จะมีอำนาจเวทมนตร์ มีความสามารถไม่จำกัด นั่นคือควรจะควรมีความจำกัด ตามกฎที่คุณสร้างขึ้นในโลกของคุณ ได้แก่ แม้ต้องการอำนาจใด บางทีก็อาจจะจำต้องเสียบางอย่างไปเพื่อแลกกับมันมา กล่าวคือไม่มีการกระทำใดๆที่ปราศจากผลกระทบ เป็นต้น
 

 
10 นิยายแปลแนะนำที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. King Golf จอมซ่าราชานักหวด
เด็กเกเร ฉายา “พรีเดเตอร์” ยูกิ โซสุเกะ หลังจากได้เจอกับสายตาหยามเหยียดโดยไม่ตั้งใจของนักกอล์ฟสมัครเล่นยอดอัจฉริยะ คาสุมิ ฮิคารุ ก็เกิดความอะไรไม่รู้ล่ะ บุกไปถึงชมรมกอล์ฟ ทั้งที่กะจะแค่ไปป่วน แต่สุดท้ายก็ถูกท้าให้ตีกอล์ฟสักลูก และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นให้เขาอยากเล่นกอล์ฟและอยากเป็นราชากอล์ฟล่ะนะ หากสงสัยว่า เจ้าพรีเดเตอร์จอมแสบ แต่อัดคนเก่งชะมัดอย่างโซสุเกะ จะทำอย่างไร
การฝึกฝนในต่างแดนที่ต้องทรมานกับลมและหญ้าที่มีสภาพแตกต่างกับสนามกอล์ฟในญี่ปุ่นได้ผ่านพ้นไปเป็นเวลา 1 ปีกับอีก 2 เดือนโซสุเกะที่เดิน ทางกลับมานั้น จะพัฒนาไปได้มากสักแค่ไหน!? เวทีการแข่ง SSS คัพจัดขึ้นที่ยูมิโนะอุระคันทรี่คลับซึ่งมีอีกชื่อที่เรียกกันคือ “สนามอสูรกาย”!!โซสุเกะจะสู้ศึกในสนามสุดโหดนี้ด้วยการเล่นรูปแบบใด!?
 
2. เทพยุทธ์เซียน GLORY
เรื่องราวเล่าถึงเกม Glory ซึ่งเป็นเกมแนว MMORPG ซึ่งเป็นเกมที่ได้รับความนิยมที่สุดแห่งยุค สามารถเล่นเป็นอาชีพและทำเงินได้ “Glory” คือเกมออนไลน์ที่ได้พัฒนาสู่กีฬา E-Sport มีสมาพันธ์ลีกอาชีพรองรับ จัดการแข่งขันอย่างมีระบบ เยี่ยชิว ยอดฝีมือผู้ลึกลับแห่งวงการ ผู้เคยคว้าแชมป์สามสมัยให้กับสโมสรเจียซื่อต้นสังกัด ได้ประกาศวางมือกะทันหัน เป็นผลให้ "อี๋เยี่ยจือชิว" ตัวละครระดับเทพที่เขาปั้นขึ้นมากับมือ ต้องตกไปสู่ผู้สืบทอดคนใหม่ที่หนุ่มกว่า! ทว่าการวางมือของเขา กลับไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ และด้วยข้อบังคับของสัญญา ทำให้เขาต้องจากมาตัวเปล่า เมื่อผ่านมาเจออินเทอร์เน็ตคาเฟ่แห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของร้านเป็นแฟนพันธุ์แท้กลอรี่ กำลังเปิดรับสมัครพนักงานกะดึก เขาจึงยื่นสมัครงานอย่างไม่ลังเล ประจวบเหมาะกับระบบเกมกำลังจะเปิดให้บริการเซิฟเวอร์ใหม่ มหาเทพสมญานามตำราสอนแห่งวงการลีกอาชีพ จึงได้ฤกษ์จุติอีกครา เพื่อกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ ให้ยุทธภพแห่งกลอรี่ต้องสะท้านสะเทือน!
 
3. เคล็ดลับมัดใจนายซื่อบื้อ
ไทเซเป็นนักเรียน ม.ปลายที่ประคบประหงมปกป้องเคย์จนเกินเหตุ เหตุเพราะสมัยยังเด็ก เคย์เคยช่วยเขาไว้ตอนที่ถูกรังแก ด้านเคย์ ทั้งที่น่าจะแค่ต้องการให้ตนกับไทเซเป็น “เพื่อนกันธรรมดา” ไม่ได้อยากปกป้อง หรือเป็นฝ่ายถูกปกป้องแท้ๆ แต่จู่ๆ ตัวเองกลับเข้าไปจูบและสารภาพรักกับไทเซซะงั้น
นั่นเป็นเรื่องราวสมัยที่เรายังไปเรียนพิเศษด้านดนตรี "กีตาร์นี่มันอะไรกันเนี่ย" แค่มาเรียนพิเศษอย่าเอาของหรูแบบนี้มาได้ไหม "เอาคืนมาน่า!" ช่วงเวลาที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ ต่อให้พ่อนายเป็นนักดนตรียังไงก็อย่าเหลิงไปหน่อยเลย "โอ๊ะทนทายาดผิดคาดแฮะ" "เจ้าบ้าหยุดนะโว้ย!!" "จะโวยวายทำไม" "หรือนี่เป็นของดูต่างหน้าของท่านพ่อ?" "เอ๊ะ?" "อัคคุงข้างหลัง!" นั่นเป็นการพบพานระหว่างเรา หลังจากนั้นยามที่เพื่อนผู้ยิ่งใหญ่คนนี้มีเรื่องอะไร เราเป็นคนรุดไปช่วยเอง นั่นคือสิ่งที่เราคิด ติดตามได้ใน "เคล็ดลับมัดใจนายซื่อบื้อ"
 
4. ยอดนักสืบสมองกล KEI ไขกลพิศวงแฟ้มคดีปริศนา
คาซาโอกะ เคย์ เด็กหนุ่มสุดยอดอัจฉริยะหน้าตาดีสมบูรณ์แบบ สังกัดชมรมวิจัยเรื่องลึกลับของโรงเรียนเอกชนมัธยมปลายชั้นแนวหน้า! ในอดีต พ่อของเขาได้ทำการฝัง "อัลตร้าคอมพิวเตอร์" ไว้ในสมอง ทำให้หลายคดีที่ไม่สามารถอธิบายได้ มีแต่เขาเท่านั้นที่คลี่คลายด้......คดีปริศนาสองเรื่องยาว "ทำนองอาถรรพ์" ที่ฟังแล้วต้องตาย กับ "เกมที่ถูกย่างสด" ที่ผู้เล่นจะตายเหมือนกับตัวละครในเกม!! กำลังถูกไขโดยนักสืบสมองกลผู้นี้
 
5. รกกะ ตำนานผู้กล้าหกบุปผา
เมื่อปีศาจร้ายคืนชีพ พระเจ้าได้เลือก ผู้กล้าหกบุปผา มาเพื่อต่อกร แอตเล็ท ชายที่เรียกตัวเองว่าผู้ที่แข็งแกร่งสุดในโลกก็อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ทว่าเมื่อเหล่าผู้กล้าพบกันกลับพบว่าคนที่ถูกเลือกมี 7 คน จึงเชื่อกันว่าหนึ่งในนั้นคือศัตรู ใครกันแน่ที่เป็นตัวปลอม ใครกันแน่ที่เป็นปิศาจร้าย จงร่วมกันไขปริศนา
จะเชื่อมั่น นึกสงสัย ช่วยเหลือ หรือว่าทำลาย ยามใดที่ 'มาจิน' ลืมตาตื่นจากก้นบึ้งแห่งความมือมิด เทพเจ้าแห่งโชคชะตาจะคัดเลือกผู้กล้าทั้งหก และมอบพลังให้ช่วยโลกแอดเล็ท เด็กหนุ่มผู้อ้างตนเองว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก ได้รับเลือกให้เป็น 'ผู้กล้าหกบุปผา' และมุ่งหน้าสู่การต่อสู้เพื่อหยุดยั้งการฟื้นคืนชีพของเทพปีศาจ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดผู้กล้าที่มารวมตัวกัน ณ ดินแดนแห่งสัญญากลับมีเจ็ดคน หลังจากนั้นอาณาเขตม่านหมอกลวงตาก็ทำงานทันที ทำให้ทั้งเจ็ดคนถูกขังเอาไว้ในป่า เมื่อเหล่าผู้กล้ารู้สึกตัวว่าในบรรดาเจ็ดคนมีคนหนึ่งเป็นศัตรู พวกเขาก็ตกอยู่ในวังวนแห่งความสงสัย และผู้ที่ต้องสงสัยก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ แอดเล็ท... เรื่องราวสุดยอดแฟนตาซีที่ท้าทายกับตำนานต่อสู้กับปริศนา! เริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่!
 
6. นิวซาก้า พลิกตำนานวีรชน
เพื่อแก้ไขเรื่องราวการล่มสลายของมนุษยชาติ ไคล์ผู้มีความทรงจำของภพก่อนจึงออกเดินทางรอบที่สอง เพื่อช่วยโลกร่วมกับพวกพ้องอีกครั้ง! เดือนพฤษภาคม ปี 2826 ตามปฏิทินสร้างโลก เผ่าปีศาจเริ่มทำการบุกโจมตีเผ่ามนุษย์ การต่อสู้ที่ไม่มีคำว่ากลัวตายของเผ่าปีศาจนั้นทรงพลังอย่างมาก อาณาจักรของมนุษย์ถูกทำลายล้างลงไปหลายแห่งในพริบตา ตามคำสั่งของราชาปีศาจตนใหม่ ซึ่งเพิ่งจะขึ้นครองอำนาจโดยภายหลังถูกเรียกว่า "การรุกรานครั้งใหญ่" เดือนเมษายน ปี 2827 จักรวรรดิกัลกันที่มีกองทัพที่แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ล่มสลาย เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ไม่สามารถถอยหลังกลับได้อีก ได้รวบรวมกำลังทหารที่ยังหลงเหลืออยู่ จัดตั้งเป็นกองทัพทหารชั้นหัวกะทิบุกเข้าไปที่ปราสาทของราชาปีศาจ หน่วยจู่โจมพิเศษนักดาบเวทมนตร์เป็นศูนย์กลาง ติดตามเรื่องราวการแก้ไขการล่มสลายของมนุษยชาติเพื่อช่วยโลกอีกครั้งใน "นิวซาก้า พลิกตำนานวีรชน"
 
7. ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว
ผลงานอีกเรื่องของ "ซูมิโนะ โยรุ" ผู้เขียนเรื่อง "ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ" ที่ทุกคนคงประทับใจกับเนื้อเรื่องอันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ไม่ว่าใครก็ต้องมี "เรื่องที่อยากแก้ไข" กันทั้งนั้น "นาโนกะ" คือเด็กประถมที่ไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนเลยสักคน แต่กลับมีเพื่อนนอกโรงเรียนตั้งหลายคน ทั้ง "คุณมินามิ" ผู้มีรอยแผลที่ข้อมือ "คุณดอก" พี่สาวคนสวยที่ทำงานขายฤดูกาล "คุณยาย" ที่อาศัยอยู่เพียงลำพังแต่ทำขนมอร่อยมาก และ "เธอ" ยายตัวแสบที่มีหางสั้นกุด แล้ววันอันแสนสงบสุขของ นาโนกะก็ต้องสั่นคลอน เมื่อคุณครูให้เธอจับคู่กับ "คิริวคุง" เพื่อเขียนเรียงความเรื่อง "ความสุขคืออะไร" แต่กลับเกิดเรื่องที่ทำให้เพื่อนคนนี้ ไม่มาโรงเรียนเสียนี่ นาโนกะจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเพื่อนนอกรั้วของเธอทั้งสี่ เพื่อตามตัวคิริวคุงกลับมาช่วยกันทำรายงาน และช่วยกันหาคำตอบให้กับตัวเองว่า "ความสุข" ของทั้งคู่คืออะไรกันแน่
โคยานากิ นาโนะกะ เด็กสาวที่มีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ เธอตามหาว่า “ความสุขคืออะไร” หลังเลิกเรียกทุกวันเธอจะออกไปเจอกับ - เด็กสาวม.ปลายที่ใช้การกรีดข้อมือในการระงับสติอารมณ์ - พี่สาวคนสวยที่ทำงานกลางคืน - คุณยายที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวบนเนินเขาใกล้บ้าน ซึ่งทุกคนที่กล่าวมานั้นคือตัวของนาโนะกะเองในอนาคต
ทุกคนมาพูดคุยกับเธอเพื่อที่ช่วยให้เธอแก้ไขข้อผิดพลาดในชีวิต อย่างเด็กสาวม.ปลาย คืออนาคตของเธอที่รู้สึกผิดจากการที่ทะเลาะกับพ่อแม่ของเธอซึ่งได้เสียชีวิตไปในอุบัติเหตุหลังเหตุการณ์ที่ทะเลาะกัน ส่วนพี่สาวที่ทำงานกลางคืนคืออนาคตที่นาโนะกะเลือกที่จะเลิกข้องเกี่ยวกับผู้คน เพราะผิดหวังในตัวเพื่อนรอบข้าง ที่ทำเป็นเหมือนเธอไม่มีตัวตนไปด้วยอีกคน
เมื่อเธอเข้าไปช่วยเพื่อนที่ถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งหลังจากที่นาโนะกะแก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องต่างๆ ที่ทั้งสามคนแนะนำ ตัวเธอในอนาคตทั้งสามคนก็หายไป และหลังจากนั้นนาโนะกะเองก็ได้ค้นพบคำตอบของคำถามที่ว่า “ความสุขคืออะไร” อีกหนึ่งผลงานเรื่องเยี่ยมจากผู้เขียน "ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ"
 
8. รักเธอสุดหัวใจแต่ยังไงก็ต้องฆ่าเธอ
เวลาคุณรักใครสักคนคุณคงอยากจะอยู่เคียงข้างและปกป้องเขาให้ถึงที่สุด แต่การ์ตูนเรื่องรักเธอสุดหัวใจแต่ยังไงก็ต้องฆ่าเธอนั้น ความรักกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นที่บิดเบี้ยวและน่ากลัว ความรักทำให้คุณอยากฆ่าคนที่คุณรักให้ตายด้วยมือของตัวเอง ยิ่งรักมากเท่าไรจิตสังหารและพลังแฝงจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
"คามิชิโระ ทาคุ" หลงรักเพื่อนสาวคนสนิท "ฮานะโซโนะ มิกะ" และวางแผนที่จะสารภาพรักกับเธอในวันรุ่งขึ้น แต่จากการเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกคุกคามจากชายคนนึงทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล คามิชิโระติดเชื้อจิตสังหารจากชายคนนั้นและเริ่มมีภาพจินตนาการว่าเขาได้ฆ่าฮานะโซโนะในทุก ๆ ครั้งที่เขาอยู่กับเธอ ในขณะที่เขายังพอครองสติไว้ได้เขาพยายามหลึกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฮานะโซโนะเพื่อไม่ให้จิตสังหารในจิตใจปะทุออกมา แต่แล้วฮานะโซโนะที่เขารักและปรารถนาที่จะฆ่ากลับถูกลักพาตัวไปโดยกลุ่มผู้ติดเชื้อคนอื่น คามิชิโระออกตามหาฮานะโซโนะทันทีโดยที่ไม่อาจแยกแยะสติของตัวเองได้ด้วยซ้ำว่าแท้จริงเขาต้องการที่จะปกป้องฮานะโซโนะจากอันตรายหรือเขาต้องการที่จะฆ่าเธอด้วยมือของเขาเองกันแน่ การต่อสู้ของจิตใจเพื่อหญิงสาวผู้เป็นที่รักเริ่มต้นขึ้นแล้ว ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องหรือจิตสังหารแห่งการฆ่าฟันจะเป็นฝ่ายครอบครองจิตใจของคามิชิโระกันแน่ ติดตามทั้งหมดได้ใน "รักเธอสุดหัวใจแต่ยังไงก็ต้องฆ่าเธอ"
 
9. จะรักหรือจะหลอก
ในสถานการณ์ที่อัตราการเกิดตกต่ำสุดขีดในประเทศญี่ปุ่น จึงเกิด “กฏยูคาริ” ขึ้นมาเพื่อแก้วิกฤตินี้ โดยมาตรการที่ว่านั้นก็คือ “การจับคลุมถุงชน” วัยรุ่นชายหญิงที่อายุครบ 16 ปีโดยหน่วยงงานของรัฐบาล อาศัยการวิเคราะห์ความเหมาะสมของพันธุกรรมทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ในอนาคตจะได้มีปัญหาการครองเรือนน้อยที่สุด แล้วอัตราการเกิดของเด็กรุ่นใหม่ก็จะจะสูงขึ้นตามมาเอง และที่ผ่านมามาตรการนี้ก็ประสบความสำเร็จมากซะด้วยสิ
แต่หัวใจของคนเรานั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่มีคอมพิวเตอร์เครื่องไหนเข้าใจได้ เช่นเดียวกับกรณีของ เนจิมะ ยูคาริ (เนจิ) หนุ่มน้อยวัย 15 ปีที่กำลังจะถึงวันเกิดปีที่ 16 ของเขาแล้ว เนจิกำลังตกหลุมรักเพื่อนร่วมชั้น ทาคาซากิ มิซากิ อย่างหัวปักหัวปำและมุ่งหวังที่จะแต่งงานกับเธอให้ได้ แล้วเนจิก็ได้รู้ในภายหลังว่าเขาและเธอนั้นมีใจให้กันมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ความสมหวังนี้จะง่ายดายมากถ้าไม่มี “กฏยูคาริ” มาเป็นอุปสรรค
ความเข้มงวดของ “กฏยูคาริ” นั้นแม้จะเป็นแค่กฎที่ไม่ได้มีบทลงโทษทางแพ่งหรืออาญาอย่างชัดเจน เพราะหากเจ้าตัวไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามก็ยังสามารถจะปฏิเสธการจับคู่ได้ แต่ผลกระทบที่อาจตามมานั้นใหญ่หลวงกว่าที่คิด เพราะผู้ที่ปฏิเสธอาจจะต้องถูกริดรอนสวัสดิการต่างๆ จากรัฐบาล การถูกต่อต้านจากคนรอบข้าง การเข้ารับการใช้บริการทางการแพทย์ การเข้าศึกษาต่อทั้งของตัวเองและของลูกหลาน รวมไปถึงการสมัครงานเข้าองค์กรต่างๆ ที่จะต้องพิจารณาตรงส่วนนี้เป็นอันดับแรกๆ ด้วย ทำให้ “กฏยูคาริ” นั้นศักดิ์สิทธิ์มากสำหรับสังคมญี่ปุ่นในเรื่องนี้
ในวันที่เนจิอายุครบ 16 ปีเต็มก็ได้มีตัวแทนรัฐบาลมาส่งสารถึงที่บ้านว่าคู่แต่งงานของเขานั้นก็คือ ซานาดะ ริรินะ สาวน้อยวัยเดียวกันที่สวยน่ารักมากๆ ทั้งคู่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ และพอริรินะรู้ว่าเนจิมีใจให้กับทาคาซากิอยู่แล้วก็ไม่รอช้า ออกตัวเชียร์คู่หมั้นของเธอให้สมหวังกับคนที่รักจริงๆ ทันที แม้คู่ต่อสู้จะเป็นถึงรัฐบาลญี่ปุ่นและต้องคอยพบกับทาคาซากิแบบหลบๆ ซ่อนๆ ก็ตาม
เมื่อหญิงสาวทั้งสองได้พบกัน ได้เป็นเพื่อน ได้แก้ปัญหา และได้ให้กำลังใจซึ่งกันและกันโดยมีเนจิเป็นจุดศูนย์กลางของความสัมพันธ์ ไปๆ มาๆ ความรู้สึกของทั้งสามคนเริ่มสั่นคลอนลงทีละนิดๆ เนจิเริ่มลังเลว่าเขาควรจะรักใครกันแน่ ทาคาซากิเริ่มอ่อนแรงและยอมรับสถานภาพมือที่สาม และริรินะก็เริ่มหลงรักเนจิมากขึ้นเรื่อยๆ
 
10. คุณฮิมาวาริ
อีกหนึ่งการ์ตูน Feel Good ที่สื่ออารมณ์ได้ดีมากๆ กับบรรยากาศเนื้อเรื่องที่สบายๆ และดูอบอุ่น ถ้าคุณกำลังตามหาการ์ตูนสักเรื่องที่อ่านแล้วทำให้หัวใจพองโตเรื่องนี้อาจจะเป็นคำตอบที่คุณตามหาอยู่ก็เป็นได้ ลายเส้นจัดว่าสวยงามเอาเรื่องบวกกับเนื้อเรื่องสบายๆ แต่ดึงดูด และชวนติดตามอย่างไม่น่าเชื่อทำเอาวางการ์ตูนเรื่องแทบไม่ลง การดำเนินเรื่องถือว่าค่อนข้างเรื่อยเปื่อย และซ้ำซากเพราะเรื่องราวต่างๆ ส่วนมากจะเกิดขึ้นที่ร้านหนังสือฮิมาวาริจะมีเปลี่ยนฉากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็เล็กน้อย แต่น่าแปลกมากที่รู้สึกชอบมันซะอย่างนั้น ราวกับว่าผู้เขียนพยายามสร้างความผูกพันระหว่างผู้อ่านแล้วร้านหนังสือเก่าๆ ร้านนี้ ซึ่งสำหรับเราแล้วผู้เขียนทำสำเร็จอย่างงดงาม เรียกว่าสมบูรณ์แบบเลยแหละ
 
 

7

 
รอมแพง เป็นนามสมมุติของ จันทร์ยวีร์ สมปรีดา ชื่อเล่น: อุ้ย เกิด พ.ศ. 2520 อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นนักประพันธ์คนไทย เธอมีผลงานมาแล้วมากกว่า 20 งานประพันธ์ด้วยกันอย่าง ดาวเกี้ยวเดือน, บุพเพสันนิวาส, มิติรักข้ามดวงดาว, คีตโลกา, เรือนพะยอม แล้วก็ส่วนมากก็จะเป็นนิยายแนวรักตลก งานของเธอมีเอกลักษณ์ทั้งสำนวนภาษา และก็บทพรรณาโวหารที่บรรยายสถาปัตยกรรมแล้วก็ศิลปกรรมในสมัยนั้น บุคลิกตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเอกให้มีบุคลิกลักษณะที่สดใสร่าเริง มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงชื่อนามแฝง ใช้ตามชื่อตัวละคร รอมแพง ในเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี แปลว่า "ผู้เป็นที่รัก" หรือ "หญิงผู้เป็นที่รัก"
 
เธอสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาวัดประทุมทายการาม ในระดับประถมศึกษา แล้วก็มัธยมศึกษาจากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ระดับปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกประวัติศาสตร์ศิลปะ โทภาษาไทย ทำงานประจำหลายงาน ตั้งแต่ขายเครื่องสำอาง เซลล์ขายบ้าน ผู้ช่วยทนาย ธุรการ พนักงานประเมินราคาของบริษัทตกแต่งภายใน พนักงานพิสูจน์อักษร ภัณฑารักษ์ (ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์) จนเธอเริ่มแต่งหนังสือราวปี พ.ศ. 2549 และได้รวมเล่มในปีต่อมา ในตอนนั้นคุณอุ้ยประกอบอาชีพอื่นอยู่ จึงลาออกมาทำงานเขียนเป็นงานประจำ คุณอุ้ยได้ทดลองเขียนนวนิยายลงเว็บ Pantip และมีคนเริ่มติดตาม ประกอบกับมีแมวมองจากสำนักพิมพ์เข้ามาทาบทามให้ลงตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม เธอจึงทำงานประจำไปด้วยแล้วก็มีงานนิพนธ์บนโลกออนไลน์เป็นงานอดิเรก ซึ่งเป็นงานที่เธอรัก
 
แม้ว่าจะไม่เคยอยากเป็นนักประพันธ์มาก่อน แม้กระนั้นเธอเริ่มอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเริ่มอ่านหนังสือทุกจำพวกตั้งแต่นิทานอีสป ตำรับตำราเรียน เรื่องสั้น นิยาย ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ชนิดที่ว่าความกว้างของห้องสมุดประชาชนก็ยังไม่พอต่อความรักสำหรับในการอ่านของคุณอุ้ย
 
จุดเริ่มที่ทำให้เกิดนิสัยรักการอ่าน เริ่มมาจากที่คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลาด้วยเหตุว่าต้องทำงานหนัก และก็คุณพ่อเป็นคุณครูที่ดุมาก จะไม่ค่อยได้สอนอะไรเราเท่าไร ถ้าสอนทีไรต้องมีน้ำตาแน่ๆ เราไม่ได้อยากต้องการร้องไห้ก็เลยไม่ค่อยให้คุณพ่อสอน เลยเริ่มไปศึกษาสิ่งต่างๆ จากหนังสือตั้งแต่ในตอนนั้น
 
เริ่มจากนิทานอีสปที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเด็กๆทั่วๆไป แล้วเราอาจจะมีนิสัยแปลกๆอย่างหนึ่ง คืออ่านหนังสือแล้วจะเห็นภาพตามตัวอักษรที่อ่าน มันจึงกลายเป็นว่าเราไม่ได้อ่านอย่างเดียว แต่เราได้จินตนาการและก็มองเห็นภาพนั้นๆตามความคิดของเราไปด้วย ไม่ใช่แค่นิทานอย่างเดียว กับตำรับตำราเรียนก็เห็นภาพด้วยนะ เลยชอบอ่านหนังสือเรียนไปด้วย ก่อนเปิดเทอมเวลาได้หนังสือมาใหม่ เราจะรีบอ่านในทันทีเลย ทุกเล่ม ทุกวิชาเลยนะ แต่ว่าจะสนุกสนานเพียงแค่รอบแรก และก็ทิ้งเอาไว้แล้วค่อยเอามาอ่านอีกทีตอนสอบ พออ่านไปก็ชอบอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้น
 
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต คุณอุ้ยเล่าให้ฟังอย่างร่าเริงแจ่มใสว่า ชอบท่องเที่ยวแบบแบคแพค แบกกระเป๋าเดินทางไปท่องเที่ยวคนเดียวทั้งในไทยและก็ต่างประเทศ อย่างในไทย เวลาไปครั้งนึงจะไปเที่ยวทั้งภาคเลย ไปทีละหลายจังหวัด ส่วนเมืองนอก ที่ไปมามีประเทศเยอรมัน 25 วัน ฯลฯ โดยจะชอบเดินดูพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานของประเทศนั้นๆ เวลาไปท่องเที่ยวแต่ละครั้งจะไปนานเป็นเดือนๆ ส่วนเดี๋ยวนี้อยากไปฝรั่งเศสและอิตาลี เพียงแค่ยังไม่ว่าง
 
นอกจากนี้ คุณอุ้ยยังชอบอ่านนวนิยาย คนเขียนในดวงใจจึงมีหลายๆคน ได้แก่ ทมยันตี แก้วเก้า ว.วินิจฉัยกุล กิ่งฉัตร ตรี อภิรุม ฯลฯ แถมคุณอุ้ยยังชอบเล่นเกมอีกด้วย
 
ที่มาของ “รอมแพง”
 
คุณอุ้ยเล่าว่า นามสมมุติ “รอมแพง” นี้เป็นชื่อตัวละครหนึ่งในนิยายเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี ซึ่งเป็นชื่อที่คุณอุ้ยติดอกติดใจเนื่องจากว่าเป็นภาษาล้านนาโบราณ สื่อความหมายลึกซึ้งแปลว่า หญิงผู้เป็นที่รัก ก็เลยเลือกเอามาใช้เป็นนามแฝง
 
บุพเพสันนิวาส
 
กว่าจะมาเป็น “บุพเพสันนิวาส” แม้จะใช้เวลาเขียนนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสเพียงแค่ 1 เดือน แต่ว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้หาข้อมูลเพื่อนำมาเขียนถึง 3 ปีเศษ โดยเมื่อมีโครงเรื่องแล้ว ก็เริ่มหาข้อมูลจากการอ่านหนังสือ และพงศาวดารต่างๆแล้วเอามาผูกโยงเข้ากับจินตนาการ
 
เมื่อถามเหตุผลว่า เพราะเหตุใดถึงกำหนดเลือกเขียนในช่วงของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คุณอุ้ยอธิบายว่า ก่อนหาข้อมูล คุณอุ้ยต้องตกลงใจเลือกว่าจะเอาช่วงใดมาเขียนดี เลยต้องการเลือกช่วงที่ยังไม่ค่อยมีคนเขียนถึงมากเท่าไรนัก เพื่องานนิพนธ์ออกมามีไม่เหมือนกันและก็น่าสนใจ
 
เดี๋ยวนี้งานประพันธ์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ได้รับการพิมพ์ซ้ำไปเเล้วมากกว่า 27 ครั้ง เเละภายหลังละครออกอากาศไปตอนนี้มียอดการตีพิมพ์เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง นอกจากนั้นคุณอุ้ยยังมีผลงานอื่นๆ กว่า 20 ผลงาน อย่างเช่น ดาวเกี้ยวเดือน, มิติรักข้ามดวงดาว,คีตโลกา, เรือนพะยอม ,พรายพยากรณ์,พรายเนตรทิพย์ อื่นๆอีกมากมาย โดยส่วนใหญมักเป็นนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้
 
บุพเพสันนิวาส เคยถูกปฏิเสธจากทางสำนักพิมพ์ กระทั่งท้ายที่สุดก็ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์เดิมที่เธอเคยร่วมงานกันมาก่อน ชวนให้คิดถึงเรื่องราวของ เจ.เค.โรว์ลิง นักประพันธ์มือทองนักเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เคยถูกปฏิเสธการพิมพ์ต้นฉบับแฮร์รี่ พอตเตอร์หลายหนก่อนที่จะมีชื่อเสียงในตอนหลัง ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจว่า มนุษย์เราย่อมต้องผ่านโมเมนต์อย่างนี้บ้าง ก่อนที่จะประสบผลสำเร็จ
 


10 นิยายแนะนำของรอมแพง โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. บุพเพสันนิวาส โดย รอมแพง (ละครช่อง 3)
หนังสือนิยายเรื่องเยี่ยมของรอมแพง ที่นำมาทำเป็นละครทางช่อง 3 การย้อนกลับมาสู่สมัยอยุธยา ของเกศุรางค์ นักโบราณคดีสาวหุ่นท้วม กับพ่อเดช บุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องราวความรักอิงประวัติศาสตร์ ที่รอมแพง เรียบเรียงมาได้อย่างสนุก อ่านแล้วจะวางไม่ลงเลยทีเดียว
อำนาจเหนือดวงจิตเป็นดังบุพเพสันนิวาส ที่นำพาดวงใจสองดวงให้มาบรรจบกัน ดุจดั่งความรักของ "เกศสุรางค์" นักโบราณคดีสาวร่างอ้วนวัย 25 ปี ที่มีหน้าตาสุดแสนธรรมดา ทว่าเธอเป็นคนมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี และมีความรู้ด้านโบราณคดี และภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นที่รักของคนใกล้ชิด แต่ผู้ที่เกศสุรางค์อยากได้รับความรักจากเขามากที่สุดก็คือ เรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลายปี แต่เพราะคิดว่าเรืองฤทธิ์คงไม่สนใจคนหน้าตาธรรมดา ๆ แถมยังอ้วนจนหน้าเกลียด เกศสุรางค์จึงต้องเก็บงำความรักที่มีต่อเขาเรื่อยมา เพื่อรอคอยวันที่เธอจะกล้าเผยความในใจกับเขาโดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาไม่ถึง เพราะวันหนึ่งขณะที่เกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์เดินทางกลับจากไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถตู้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ยังผลให้เกศสุรางค์เสียชีวิตคาที่! แล้วบุพเพสันนิวาส ก็นำพาให้ดวงวิญญาณของเกศสุรางค์ ย้อนเวลามาสองร้อยกว่าปี มาอยู่ในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในร่างของแม่หญิงการะเกิด ผู้มีความงามเป็นเลิศ แต่ก็มีความร้ายกาจ ที่ทำให้เป็นที่เกลียดชังของผู้คนทั้งเรือน โดยเฉพาะลูกชายเจ้าของเรือนหมื่นสุนทรเทวา
 
2. ป่วนรักสลับร่าง รอมแพง
เมื่อหญิงชายที่นิสัยต่างกันสุดขั้วต้องมาพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ทั้งสองต้องสลับร่างกัน ความโกลาหลก็บังเกิดในบัดดล เมื่อ "นิลกานต์" สาวเซอร์สุดแสบ ติดดิน ขี้งก สกปรก (ในบางครั้ง) อีกทั้งขี้โม้และปากดีเป็นที่หนึ่ง ต้องมาเปลี่ยนร่างกันกับชายหนุ่มรูปงาม นั่นก็คือ... "ภาสกร" ผู้เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งถือตัว สะอาดเอี่ยม เงียบขรึม วางท่าเป็นยอดชายไร้เทียมทาน ด้วยความต่างกันสุดกู่ จะสร้างความหายนะใดให้เกิดขึ้น แค่คิด..ก็มันส์แล้ว!
 
3. พรายพรหม
"พิมพ์ลดา" ต้องทนทุกข์ทรมานจากการแต่งงานกับ "ปรเมศวร์" และต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการร่อแร่ใกล้สิ้นใจด้วยการทำร้ายของสามี และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเธอได้กลับไปยังชาติก่อน ที่เธอได้ก่อกงเกวียนกำเกวียนเป็นบ่วงผูกพันความแค้นและความพยาบาทให้ใครหลายคน พิมพ์ลดา...จะแก้ไขความผิดทั้งหมดให้ถูกต้อง แต่เมื่อเธอต้องเผชิญกับความรักหลายเส้า แล้วจะมีหนทางใดตัดบ่วงแห่งรักที่จะก่อให้เกิดเรื่องร้ายๆ นั่นได้นะ? เอาใจช่วยเธอพร้อมกันได้แล้วใน "พรายพรหม" เล่มนี้
 
4. ปักษานาคา
เพราะความขัดแย้งของพี่น้องสองสาวที่มีสวามีองค์เดียวกัน ต่างคอยจะแก่งแย่งชิงดีเพื่อให้เป็นที่รักของสวามี จนแต่ผลร้ายกลับมาตกอยู่กับลูก ~ลูกของนาง ความขัดแย้งแปรเป็นความเคียดแค้น อาฆาตระหว่างเทพสุบรรณ พญาครุฑผู้ยิ่งยง และ เทพนาคา ผู้เป็นใหญ่เหนือมวลนาค แต่ละครั้งที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกัน สรรพชีวิตในป่าหิมพานต์ต่างล้วนแต่ได้รับความทุกข์โทมนัส จนพระอินทร์และเทพพระจันทร์ซึ่งเปรียบไปก็เหมือนเป็นต้นเหตุแห่งความบาดหมางนี้ ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว หวังจะจัดการเรื่องราวให้จบลงด้วยดี ....
เทพพระจันทร์เชื่อว่า ทุกสิ่งจะลุล่วงได้ด้วย ..ความรัก... จึงบันดาลให้เทพสุบรรณพบรักกับนางนาคน้อย กุณฑลา จนเกิดสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วข้ามคืน แต่กลับกลายเป็นความวุ่นวายทั่วทั้งป่าหิมพานต์และสวรรค์ชั้นฟ้าเป็นเวลาหลายร้อยปีทีเดียว หากความเชื่อของเทพพระจันทร์ก็ยังคงถูกต้องเสมอ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะคลี่คลายแก้ไขเรื่องราวต่าง~ต่าง แปรเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีไปได้ นอกเสียจาก “ความรัก” ….
 
5. ดาวเกี้ยวเดือน
"ประกายดาว" ช่างภาพเป็นสาวโสดที่มีอายุ 32 ปี ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และเคยมีคนรักมาหลายคนแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จในด้านความรักเลย เมื่อถึงวันเกิดได้ไปทำบุญบ้านเด็กกำพร้าและได้เจอ "ศิวะ" แฟนเก่าที่พยายามมาก้อร่อก้อติก จนกลายเป็นข่าวดัง ประกายดาวจึงย้ายไปอยู่กับพี่ชาย ด้วยความเซ็ง เมื่อได้เล่นกับหลานและเริ่มคิดถึงชีวิตที่มีลูกมาเป็นเพื่อนจึงมีความคิดที่อยากจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปี เพราะถ้ามีหลังนั้นอาจจะทำให้ลูกผิดปกติได้ เธอจึงวางแผนที่จะหาพ่อพันธุ์และได้ล็อกเป้าหมายไว้สองคนคือ "หม่อมราชวงศ์จันทรภานุ" กับ "พงศ์จันทร" ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อรวยทั้งคู่ ประกายดาวไปเจอกับหม่อมราชวงศ์จันทรภานุในงานแฟชั่น และหมายมั่นที่จะเป็นเพื่อนกับคุณชายจันทร์ให้ได้เพื่อจะได้ขอในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องการสัมพันธ์ทางกาย เพราะหม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นคนดัง รวยและมีอิทธพลมากเหมือนซูเปอร์สตาร์คนหนึ่ง
เธอต้องวางแผนสร้างความประทับใจเพื่อให้สนิทสนม และประกายดาวก็ได้ดังใจนึกรวมทั้งเกินจะนึกฝันด้วย นอกจากนี้ประกายดาวได้มีโอกาสรู้จักเป้าหมายที่สองคือ พงศ์จันทรด้วยความบังเอิญ และได้สานต่อความสัมพันธ์พอสมควรก่อนที่จะขึ้นเชียงใหม่ไปเพื่อทำตามแผนตีสนิทคุณชายจันทร์ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นยิ่งกว่าที่ประกายดาวหวังไว้ เมื่อได้ไปเจอกันที่เชียงใหม่ได้คุยได้ไปเที่ยว ด้วยกันหลายที่ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุชอบประกายดาวมากและมอบสร้อยเพชรรูปดาวให้เข้าชุดกับสร้อยที่ประกายดาวมี แต่แผนการกลับไม่ราบรื่นเมื่อประกายดาวบังเอิญมาเจอแฟนเก่าสามคนพร้อมๆ กันกับเป้าหมายที่ 2 ที่มาประชุมงานที่เชียงใหม่ เรื่องราวต่างๆ ดูผิดแผนและวุ่นวายไปหมด แล้วอย่างนี้เธอจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปีได้ไหมนี่...
 
6. พรายพยากรณ์
"พิณชนิดา" หมอดูสาวผู้มีความแม่นยำประดุจตาเห็นและ "ภิชาสินี" น้องสาวผู้มีสัมผัสที่หกพร้อมด้วยสัตว์เลี้ยงแสนรัก "ปิ่นมณี" ราชินีตุ๊กแก ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูเพียงสามสาว แต่ต่อมาพิณชนิดากลับดูดวงพบว่าเนื้อคู่ของตนซึ่งไม่เคยพบหน้ากำลังมีภัย มิหนำซ้ำยังรู้ถึงทิศทางในการไปหาเนื้อคู่จนพบว่าเนื้อคู่ตนคือ "ภูมินทร์" นักธุรกิจหนุ่มกำพร้า ในที่สุดก็ต้องดิ้นรนไปช่วยเหลือพร้อมทั้งต้องยกโขยงกันไปช่วยคุ้มครองถึงที่ ทั้งที่รับรู้ว่าภูมินทร์มีคู่หมั้นอยู่แล้วนั่นคือ "เปรมสุดา" แต่พิณชนิดาก็ไม่หวั่นเพราะมั่นใจในฝีมือการดูดวงของตนมากว่าไม่มีวันพลาด...ภูมินทร์จะเอาตัวรอดจากเคราะห์ร้ายและพิณชนิดาได้หรือไม่ ติดตามพร้อมกันในเล่ม
 
7. คีตโลกา
เมื่อคนเรามีความสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกสิ่ง ต้องมาพบเจอกับความผิดหวังที่แสนสาหัสเป็นครั้งแรกในชีวิต คงมีสักวูบหนึ่งที่คิดจะจบชีวิตลงอย่างคนหนีปัญหา โดยไม่ได้รับรู้เลยว่า บางทีความทุกข์ของตนนั้นแค่เล็กน้อยเท่านั้น ยังมีผู้คนอีกมากที่ต้องพบเจอกับความทุกข์และผิดหวังมากกว่า ดังเช่น 'อัญมา' คุณหนูแสนสวยที่เพียบพร้อมไปทุกด้าน พอได้เจอกับความผิดหวังจึงได้คิดสั้นไปวูบหนึ่ง เมื่อคิดล้มเลิกกลับเกิดอุบัติเหตุที่นำพาเธอไปยังอีกโลก โลกที่ตรงกันข้ามกับโลกที่เธอเคยอยู่โดยสิ้นเชิง คุณหนูอัญมาแสนไฮโซต้องกลายเป็น 'ไอ้อัญ' เด็กติดยาที่อาศัยอยู่ในสลัม แล้วเธอจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปกับชีวิตใหม่เอี่ยมอ่องที่บุบบู้บี้นี้ดีล่ะ? ติดตามหาคำตอบได้ในเล่มเลย
 
8. โภคีธรา
โภคีธรา...ดินแดนแห่งนาคา มีต้นน้ำสายหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งนาคาทั้งปวง แต่มิว่าผู้ใดก็มิเคยพบพาน
พบกับเรื่องราวของ 'มุกมณี' สาวในยุคปัจจุบันที่ได้ไปเกิดใหม่เป็นถึง 'เทพตานีทอง' แห่งแดนหิมพานต์ กับภารกิจตามหาต้นน้ำโภคีธราเพื่อช่วยเหลือน้องสาวในโลกมนุษย์ ทำให้เทพสาวมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการมีอิทธิฤทธิ์ต้องออกผจญภัยในดินแดนที่มากไปด้วยภยันตรายต่างๆ แต่โชคดีที่มี 'เจ้าแม่ตะเคียนทอง' และ 'วิญญาณทหารเลวแห่งอโยธยา' เป็นพี่เลี้ยงร่วมเดินทางไปด้วยกัน แต่อุบัติเหตุระหว่างทางทำให้มุกมณีเผลอฉุดชายหนุ่มรูปงามติดมือมาร่วมขบวนเดินทางด้วย พร้อมกับตั้งฉายาให้ว่า "คนหน้าหิน" แต่ชายหนุ่มที่ดูเย็นชาผู้นี้กลับมีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา เรื่องราวต่อจากนี้จะสนุกสนาน เฮฮา และยุ่งเหยิงขนาดไหน ติดตามอ่านกันได้ในเล่มเลย
 
9. มณีรัตนะ
หลังจาก "พีรกานต์" รอดชีวิตจากการจมน้ำ ทุกสิ่งในชีวิตของเธอก็แปลกไป ทุกครั้งที่เธอหลับก็จะรับรู้เรื่องราวความเป็นไปของเด็กหญิงที่ชื่อ "นวล" ลูกสาวคนเล็กของ "พระยาศรีภูริยะปรีชา" ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ในขณะที่นวลเอง ก็สามารถรับรู้เรื่องราวและความทรงจำต่างๆ ของพีรกานต์ได้เช่นกันหลังจากที่เธอรอดชีวิตจากการจมน้ำ ทว่า...ความที่เป็นเด็กน้อยแสนซุกซนมาก่อน นวลจึงถูกส่งตัวเข้าวังเพื่อเรียนรู้การเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมด้วยกิริยา มารยาท และวิชาความรู้ในด้านการเรือน แล้วนวลที่มีความทรงจำของหญิงสาวในยุคปัจจุบันจะสามารถเอาตัวรอดกฎระเบียบที่เข้มงวดและเรียนรู้การเป็นสาวชาววังได้หรือไม่ เหตุใดพีรกานต์และนวลจึงสามารถรับรู้และมีความทรงจำร่วมกันได้ ติดตามพร้อมกันได้แล้วใน "มณีรัตนะ" เล่มนี้
 
10. เรือนพะยอม
"รสิกา" สาวงามเมืองกรุงเจอมรสุมชีวิตคือพ่อเลี้ยงที่คิดลามก จึงจำใจต้องไปทำงานต่างจังหวัด ด้วยการไปดูแลหลานสาวของ "วฤกษ์"
... "หนูมิว" เป็นเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่ซึ่งเป็นน้องของ "วฤกษ์" ได้เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุ รสิกาจำต้องเดินทางก่อนกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอพ่อเลี้ยง เมื่อมาถึงเรือนพะยอม ซึ่งมีบ้านเรือนไทยโบราณกับบ้านที่เป็นตึกใหญ่ รสิกาก็รู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าเคยเห็นภาพของบ้านเรือนไทยหลังนี้มาก่อน คืนแรกที่รสิกามาอยู่ในเรือนพะยอมก็ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดโบราณที่หน้าซีดน่ากลัว ทำให้ตกใจตื่นกลางดึก ยืนที่ระเบียงจนวฤกษ์มาพบ และคืนต่อมาก็เจอวิญญาณจนต้องวิ่งหนีออกมาและได้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย
เกือบทุกคืนรสิกาจะฝันถึงเรื่องราวเก่าๆ และจบท้ายที่ผู้หญิงชุดโบราณที่หน้าซีดยื่นมือมาด้วยทุกครั้ง หลายครั้งเข้าคืนหนึ่งเมื่อตื่นก็ได้ยินเสียงลากของซ้ำ ๆ จนเกิดความกล้าเดินออกไปสำรวจก็ไม่พบอะไร ตลอดเวลาที่เรื่องราวผ่านไป รสิกาฝันเรื่องเก่าโบราณต่อเนื่องตามลำดับ จนต้องเอามาปรึกษากับวฤกษ์ และ "ป้าปาริชาติ" ป้าปาริชาติเอะใจว่าเรื่องราวที่รสิกาฝันคล้ายเรื่องราวยุคคุณปู่ของเธอ คือแม่พะยอมคู่รักซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของ "คุณพฤกษ์" พี่ชายของคุณปู่ของเธอ "คุณย่ามะลิ" กับป้าปาริชาติเล่าให้ฟังว่าแม่พะยอมกระโดดน้ำตายในบ่อน้ำหลังเรือนพะยอม เมื่อรสิกาได้ทราบเรื่องก็คิดว่าผู้หญิงในฝันคงต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ...
 
...อดีตชาตินำพาให้เธอมาเจอเขาหรือความตายจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่กลับคืนมา...

8

 
กระเป๋าส่วนมากที่เราใช้กันอยู่ทุกๆวันนี้ เชื่อได้ว่าหลายคนอาจจะมีใช้มากยิ่งกว่า 1 ใบ ก็แน่ๆหละ ถ้าใช้ใบเดียวไปนานๆ มันก็คงจะเบื่อจริงมั้ย ก็เลยจำเป็นต้องซื้อกระเป๋าใบใหม่มาอยู่เรื่อยๆแต่ว่าใบเก่านี่สิจะทำอย่างไร นานๆจะจับมาใช้สักครั้ง เพราะอย่างงี้พวกเราจำเป็นที่จะต้องรู้แนวทางเก็บรักษากระเป๋าให้สภาพใหม่อยู่เสมอ เวลาจับมาใช้กระเป๋าแฟชั่นจะได้สวยเหมือนกับเพิ่งซื้อมาใหม่อยู่ตลอดเวลา

การเก็บกระเป๋าที่ถูก
การเก็บกระเป๋าที่ถูกต้อง ควรจะเก็บกระเป๋าเอาไว้ภายในถุงผ้าสำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะว่าลมจะสามารถผ่านได้ ไม่อับ และยังช่วยกันฝุ่น
 
อย่าเก็บกระเป๋าไว้ในถุงก๊อบแก๊บเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋าหนัง ด้วยเหตุว่าถุงพลาสติกมันจะไม่มีรูระบายอากาศ ยิ่งอากาศร้อนในบ้านเรา มันอับมากแล้วก็กระเป๋าจะเสียหายด้วยเพราะว่าความร้อนนั้นมีผลซึ่งก็คือเป็นการทำให้กระเป๋าหนังกรอบแตก
 

 
สิ่งที่ต้องระวัง
สิ่งที่พึงระวังอีกเรื่องคือ ถ้าเกิดเก็บกระเป๋าเอาไว้ภายในตู้เก็บเสื้อผ้าโดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อน ตู้ที่มีไว้เก็บเสื้อผ้าที่ทาสีไว้ไม่ดี ความร้อนอับในตู้ที่มีไว้สำหรับใส่เสื้อผ้าอาจจะทำให้สีเคลือบตู้ที่ทาไว้ละลายมาเลอะกระเป๋าโดยเฉพาะหนังแก้วที่เปรอะสีง่าย
 
กระเป๋าที่เก็บไว้ทั้งหลายแหล่ ควรที่จะนำออกมารับลมบ้าง ให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งเอาไว้ภายในห้องที่มีอากาศถ่ายเท และก็อยู่ในร่ม ไม่ต้องผึ่งแดด จะช่วยลดกลิ่นอับในกระเป๋าที่เก็บไว้นานๆได้
 
การใส่ที่จัดระเบียบกระเป๋า สามารถช่วยรักษาทรงกระเป๋าได้ ช่วยทำให้พวกเราสามารถเก็บกระเป๋าไว้ภายในลักษณะต่างๆอีกทั้งนอน หรือตั้ง ก็ได้
 
ก่อนนำกระเป๋าที่เก็บไว้นานมาใช้ ควรใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยทำให้กระเป๋าหนังกลับมาสวยงามแข็งแรงต่อริ้วรอยสำหรับในการใช้เพิ่มขึ้น
 

 
สำหรับกระเป๋าใหม่
สำหรับกระเป๋าใหม่ที่พึ่งถอยมาหมาดๆ การใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยทำให้กระเป๋าหนังมีคุณภาพดี ทนต่อการใช้งาน แล้วก็เกิดริ้วรอยยากขึ้น
 
สุดท้ายนี้กับการดูแลรักษาทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผู้หญิงควรจะให้ความสำคัญ คือ การใส่ที่จัดระเบียบกระเป๋า จะช่วยรักษารูปทรงได้อย่างดีเยี่ยม เพราะว่าไม่ว่าจะเก็บไว้ในลักษณะนอนหรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรงกระเป๋าของเราอย่างแน่นอน
 
มองเห็นรึยังว่าการรักษากระเป๋าแบรนด์เนมใบสวยของพวกเราพื้นฐานในแบบง่ายๆ ไม่ยากเกินความสามารถของผู้หญิงเลยสักหน่อย แม้กระนั้นถ้าหากกระเป๋าแบรนด์เนมอันแสนรักของเราเกิดเหตุที่นอกจากการควบคุมของเราแล้วล่ะก็ แนะนำให้ขอคำแนะนำและใช้บริการกับผู้เชี่ยวชาญด้านกระเป๋าแบรนด์เนมจะดีกว่า
 
ที่มา -  น้ำยาทำความสะอาดกระเป๋า
 

9
อื่นๆ / เรื่องย่อ To the Bone 2017
« เมื่อ: 19-12-2017 , 00:17:39 »
หนังเรื่องใหม่จาก Netflix ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวที่เป็นเสพติดความผอมโดยสาวคิ้วเข้มหน้าสวยอย่าง ลิลลี่ คอลลินส์ (Lilly Collins) ที่งานนี้ยอมลงทุนลดหุ่นจนถึงจำพวกที่ว่าผมจนกระทั่งแห้งติดกระดูกเพื่อหนังเรื่องนี้ทีเดียว แล้วก็การปรากฎตัวของ คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) ที่มารับบทเป็นคุณหมอสุดเท่ห์ หนังดราม่าดีๆอีกเรื่องที่ได้ผลสำเร็จงานกำกับครั้งแรกของมาร์ตี้ น็อกซ์สัน (Marti Noxon) ซึ่งดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขจากชีวิตจริงของคุณเอง หนังได้ออกฉายเมื่อต้นปีในเทศกาลหนัง Sundanceและก็ ฉายออนไลน์ผ่านทาง Netflixไปเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่มาผ่านมา
 
Ellen (สวมบทโดย Lily Collins) หญิงสาววัย 20 ปีที่จะต้องเผชิญกับโรค “Anorexia Nervosa” หรือโรคกลัวความอ้วนจนถึงมีรูปร่างผอมติดกระดูก หากว่าเธอจะได้รับการบำบัดมาหลายต่อหลายคราว แต่ว่าก็ไม่มีวี่แววที่คุณจะมีลักษณะดีขึ้น ส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นเพราะว่าเธอเองก็ไม่ได้พยายามที่จะกลับมาหายปกติหรืออยากความเห็นใจจากคนที่อยู่รอบข้างอะไรก็แล้วแต่
 
จนกระทั่งมาถึงการบำบัดครั้งที่ห้า ครั้งนี้แม่เลี้ยงของเธอตกลงใจพาเธอเข้ารับการบำบัดกับแพทย์ที่โด่งดังด้านโรคนี้โดยตรง Dr. William Beckham (สวมบทโดย Keanu Reeves) โดยคุณต้องเข้าไปอยู่ในบ้านที่ชื่อว่า Threshold หรือที่แปลว่า "จุดกำเนิด" และก็ดำรงชีวิตร่วมกับคนไข้อีก 7 ผู้ที่กำลังพบเจอกับโรคเสพติดความผอมบางนี้เหมือนกันกับคุณ เพื่อรับการรักษา ที่จะต้องเป็นแบบนี้เพราะว่าในบ้านจะมีกฎที่ต้องปฏิบัติที่ต้องปฎิบัติตาม อย่างเช่นการห้ามอาเจียน ห้ามบริหารร่างกาย รวมทั้งทานอาหารที่มีจำนวนแคลอรี่สูง
 
การดำเนินเรื่องของ To the bone เปิดมาด้วยเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางครอบครัวของ Ellen เป็นหลัก ทั้งการที่คุณจำต้องมาอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงรวมทั้งน้องสาวด้วยเหตุว่าแม่ของคุณไปมีชีวิตคู่ใหม่กับแฟนสาวรวมทั้งปฎิเสธที่จะอุปถัมภ์ค้ำชูคุณ รวมทั้งบิดาของคุณที่ไม่เคยปรากฎตัวในเรื่องจนกระทั่งไปถึงเส้นทางการเป็นศิลปินของคุณที่ต้องมาหยุดลงเพราะเหตุว่าเหตุผลบางสิ่งบางอย่าง
 
แม้ในทีแรกๆของหนังจะดำเนินไปอย่างเนิบๆแม้กระนั้นก็ยังมีหลายเรื่องให้ได้สะดุดและก็สะเทือนขวัญกันบ้างโดยโฟกัสไปที่ตัวเอกของเรื่องเป็นส่วนมาก กระทั่งมาถึงตอนกึ่งกลางเรื่องที่ Ellen ได้เข้าไปอยู่ในบ้านกับเพื่อนฝูงๆจึงมีตัวละครเพิ่มเข้ามาให้มีความน่าสนใจเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วก็ได้เรื่องรู้เกี่ยวกับโรคนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดมิตรภาพรวมทั้งมีความรู้สึกเสมือนทุกๆอย่างกำลังจะดียิ่งขึ้น จากนั้นก็มีเหตุผลิกผันที่ทำให้คุณต้องมีอาการไม่ดีขึ้นอีกครั้งแล้วก็หนีออกมาจากบ้านบรรเทาท้ายที่สุด จนกระทั่งช่วงที่เรียกว่าเธอได้ 'hits rock bottom' ทำให้ชีวิตของเธอใกล้ความตายมากมายเข้าไปทุกครั้ง
 
สำหรับในการแสดงของ Lilly Collinsจำเป็นต้องพูดว่า เธอทุ่มเทกับหนังหัวข้อนี้มากเพราะว่าเธอจำเป็นต้องรีดน้ำหนักตัวเองให้ผอมบางเสมือนคนเป็นโรคกลัวความอ้วนจริงๆผู้แสดง Ellen จะมีวิธีวัดความผอมของตนโดยการเอามือวัดรอบแขนของตัวเองเพื่อเช็คให้มั่นใจว่ายังอยู่ในระดับที่ปลายนิ้วยังสัมผัสกันได้อยู่ และก็ในซีนอารมณ์หลายซีนคุณก็สามารถเข้าถึงบทรวมทั้งเอาอยู่อย่างไม่น่าประหลาดใจ จะติดก็ตรงที่ว่าแม้ว่าจะผอมบางขนาดไหนแต่เธอก็ยังดูสวยอยู่ จึงอาจะทำให้มีการเกิดการเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคนี้ว่าถ้าผอมบางแล้วจะสวยเหมือน Lilly Collins
 
อีกตัวละครหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ Luke หนุ่มคนเดียวในบ้านบำบัดที่เคยเป็นถึงกัปตันกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์แต่ว่าฝันกลับจำเป็นต้องมาดับลงด้วยเหตุว่าปัญหาเข่าของเขา เขาแทบจะเป็นผู้เดียวในบ้านที่ดูเป็นสุขอยู่ตลอดระยะเวลารวมทั้งเหมือนจะมีอาการดียิ่งขึ้นเรื่อยกระทั่งแทบจะปกติ เขาเป็นอีกหนึ่งคนที่เพียรพยายามจะช่วยเหลือ Ellen ให้กินได้อย่างธรรมดา เพราะว่าเขาแอบชอบคุณมาตั้งแต่เสพงานศิลป์ของคุณผ่านเว็ปไซต์ Tumblr เป็นเวลาถึง 2 ปี
 
หนังหัวข้อนี้ให้ความรู้ความเข้าใจและพรีเซ็นท์เรื่องราวของคนที่เป็นโรคกลัวความอ้วนได้ค่อนข้างจะดี แล้วก็ยังไม่ค่อยเห็นมีคนไหนกันแน่เจาะประเด็นที่โรคนี้มากสักเท่าไรนัก แม้ว่าจะมีมีกระแสว่าในหนังมีภาพของตัวละครที่ปฏิบัติความผอมด้วยวิธีการต่างๆทำให้วัยรุ่นที่ต้องการผอมมีการเลียนแบบได้ ด้วยเหตุดังกล่าวการการคิด วิเคราะห์ แยกประเภทก็เลยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับในการดูหนัง ทดลองไปชมดูบางครั้งอาจจะได้มองเห็นมุมมองใหม่ๆของผู้ที่เป็นโรคนี้ได้บ้าง
xJAVHD JAVHDZ Free Jav Streaming HentaiZ xClip ดูหนัง

10
ขั้นตอนการโปรโมทเว็บ

  • โพสต์โปรโมทเว็บหรือสินค้าของลูกค้าผ่าน เว็บบอร์ด 300 เว็บ
  • ปรับบทความของลูกค้าให้ถูกต้องตามหลัก SEO เพื่อให้ Google มองว่าบทความเรามีคุณภาพจะมีผลต่อการติดอันดับบน Google และส่งผลดีต่อเว็บปลายทาง
  • งานจะใช้เวลานานเพราะ ถ้าส่งลิ้งเข้าไปครั้งเดียวทีละมากๆ Google จะมองว่าเป็น Spam จะไม่ส่งผลดีต่อลิ้งและบทความ
  • ส่งงานไฟล์ Excel (CSV File)
  • ระยะเวลาการทำงาน 15 วัน
สิ่งที่ท่านต้องเตรียมให้เรา

  • หัวข้อบทความที่จะใช้โพสต์
  • เนื้อหาบทความที่จะใช้โพสต์
การโปรโมทเว็บไซต์คือ

  • ยุทธวิธีเพิ่มคนเข้าเวบด้วย "เสิร์ชเอนจิน" (Search Engine Strategies) คงจำเป็นต้องสารภาพว่าเกือบจะ 100% ของคนใช้อินเทอร์เน็ตทั้งโลก มักใช้เสิร์ชเอนจิน สำหรับในการค้นหาเวบไซต์ที่ตัวเองต้องการ ฉะนั้นการนำเวบไซต์ของคุณเข้าไปติดอันดับในเสิร์ชเอนจิน จึงเป็นแนวทางที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าคุณต้องการจะให้เวบไซต์ของคุณ มีชื่อเสียงอย่างเร็ว ด้วยเหตุผลดังกล่าวการปรับเวบไซต์ของคุณให้เสิร์ชเอนจิน รู้จัก ก็เลยเป็นศาสตร์แล้วก็แนวทางที่คุณจะต้องคำนึง ตั้งแต่คุณวางแผนเริ่มสร้างเวบไซต์ หรือสำหรับบางคนที่มีเวบไซต์อยู่แล้ว ก็ควรจะที่จะวางแผนปรับเวบไซต์ของคุณให้เสิร์ชเอนจิน รู้จักได้อย่างเร็ว มีตัวอย่างเวบไซต์เพื่อนผมเวบหนึ่ง หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย นอกเหนือจากการแก้ไขเวบไซต์ของเค้าให้ เสิร์ชเอนจินรู้จัก แต่ว่าภายหลังจากนั้น เวบไซต์แห่งนั้นก็มีรายได้จากวิธีขายสินค้าได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยที่เค้าไม่ต้องทำการตลาดอะไรอีกเลย ด้วยเหตุว่าเสิร์ชเอนจิน ได้รู้จักเวบไซต์ของเค้าแล้ว แล้วก็ส่งคนเข้ามาที่เวบไซต์ของเค้าอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย
  • การเพิ่มลิงค์ เพิ่มให้คนรู้จักเวบไซต์คุณ (Linking Strategies) การแลกลิงค์กับเวบไซต์อื่นๆจะช่วยนอกจากจะทำให้คนอื่นมีโอกาสเข้ามาที่เวบไซต์ของคุณได้จากเวบพวกนั้น


ติดต่อ - โปรโมทเว็บ สินค้า โพสเว็บบอร์ด ถูกต้องตามหลัก SEO

หน้า: [1]