แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritidaphon

หน้า: [1]
1
5 เคล็ดลับผิวขาวใส ขจัดความหมองคล้ำ ฉบับเร่งด่วน! วิธีทำให้ผิวขาวของคุณผู้หญิงนั้นดูจะยากเสียจริงๆ เลยน่ะค่ะ ที่จะให้คุณผู้หญิงมีผิวขาวอยู่ตลอดเวลา วันนี้เราเลยวิธีที่จะช่วยให้ผิวของคุณผู้หญิงนั้นขาวได้ตลอดไปค่ะ งั้นเราไปรู้วิธีทำให้ผิวขาวกันเลยค่ะ

วิธีทำให้ผิวขาวของคุณผู้หญิงนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดหรอกค่ะ ยิ่งถ้าคุณผู้หญิงนำเคล็กลับดีๆ ที่เราจะนำมาบอกกันวันนี้

1. วิตามินซี :
วิตามินซีจะมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบ และลดการทำงานของเอมไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิวจึงช่วยลดจุดด่างดำและปรับสีผิวที่หมองคล้ำลงจากแสงแดดให้ขาวขึ้นได้ ดังนั้นจึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับอยู่เสมอ วิตามินซีส่วนใหญ่จะมีมากในผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว ฯลฯ หรือหากได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพออาจซื้อวิตามินซี ชนิดเม็ดที่ขายในร้านขายยาทั่วไปมาทานเพิ่มก็ได้

2. น้ำนม :
น้ำนมจะอุดมไปด้วยสารอาหารแร่ธาตุที่ดีต่อผิวและมีฤทธิ์กัดกร่อนเซลล์ผิวที่ตายแล้วของเราให้หลุดออกไป วิธีใช้ นำน้ำนมทาบนผิวกายโดยตรง รอสักพักให้เริ่มแห้งแล้วขัดด้วยใยบวบ สำหรับใบหน้าให้นำน้ำนมมาพอกบนผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น โดยน้ำนมนั้นจะเหมาะสมกับผิวกายมากกว่าผิวหน้า

3. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาวและครีมกันแดด :
สาวๆ ควรใช้ครีมบำรุงผิวที่มีไวท์เทนนิ่งทาหลังอาบน้ำเสร็จเป็นประจำ และเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่องควรทาซ้ำก่อนนอน และจำเอา ไว้ให้ขึ้นใจว่า่ก่อนออกจากห้องต้องทาครีมกันแดดก่อน 20 นาที ทุกครั้ง และทาซ้ำอีกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง

4. การขัดผิว :
เป็นการขัดเพื่อให้เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพหลุดออกไป และเป็นการเผยผิวที่สดใสยิ่งกว่า การขัดผิวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นฟองน้ำ ครีม หินขัด หรือ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถนำมาใช้ได้ หรืออาจจะใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปก็ได้ สิ่งที่ต้องคำนึงคือ ให้ทำอย่างนิ่มนวล และไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็พอ

5. การทานอาหารและออกกำลังกาย :
ควรทานผักและผลไม้ทุกมื้อ เพราะผักและผลไม้ช่วยในเรื่องการขับถ่าย และมีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับ เมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้ว หน้าตา ผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น แถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วยค่ะ



ขจัดความหมองคล้ำได้ง่ายๆ ด้วย 5 เคล็ดลับผิวขาวใส ฉบับเร่งด่วน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

2
การทำความสะอาดสแตนเลสอย่างง่าย ๆ เมื่อใช้อุปกรณ์ เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของใด ๆ ก็ตามมักจะเกิดรอยคราบ รอยสกปรกติดอยู่ สเตนเลสก็เหมือนวัสดุทั่วไปที่เมื่อนำมาใช้จะเกิดคราบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคราบอาหาร คราบนิ้วมือ คราบตกค้างจากสารทำความสะอาด หรือการใช้สเตนเลสในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน เช่น แถบพื้นที่ชายฝั่งทะเล สิ่งเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดคราบสกปรก ความหม่นของผิว หรือการกัดกร่อน ดังนั้นการจะทำความสะอาดสเตนเลส ก่อนอื่นสิ่งที่เราควรคำนึงถึง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนทำความสะอาดสแตนเลส
1. ต้นเหตุของการเกิดคราบหรือรอยสปรก
2. อุปกรณ์ทำความสะอาด
3. สารทำความสะอาด
4. สภาพแวดล้อม

เทคนิคการทำความสะอาดสแตนเลส ในกรณีต่างๆ
สแตนเลสมีรอยเปื้อนที่เกิดจากฝุ่นผง ดิน รอยนิ้วมือ
เพียงแค่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่น หรือผงซักฟอก หรือสบู่ละลายกับน้ำอุ่น เช็ดบริเวณรอยเปื้อนแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าธรรมดาหากคราบสกปรกยังติดอยู่ อาจใช้น้ำอุ่นผสมสารละลาย เช่น แอลกอฮอลล์ หรือ อาเซโตน ล้างออกด้วยน้ำเย็น และเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีรอยนิ้วมือที่ติดมานาน
ก่อนทำความสะอาดควรสวมถุงมือ เพราะต้องใช้โซดาไฟและถูด้วยแผ่นยางเบา ๆ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดหลังจากนั้นล้างด้วยน้ำอุ่น ทางที่ดีควรเช็ดให้แห้งด้วย

สแตนเลสเลอะคราบชาและกาแฟ
หากใช้ถ้วยสเตนเลส หรือบางบ้านใช้หม้อสเตนเลสต้มชา หรือแม้กระทั่งหม้อต้มกาแฟสเตนเลส เมื่อใช้ไปนาน ๆ แล้วไม่ทำความสะอาดให้ดี อาจเกิดรอยคราบของชาหรือกาแฟ ขอแนะนำให้ล้างภาชนะหรือหม้อต้มด้วยโซดาไบคาร์บอเนตกับน้ำ แล้วล้างออกอีกครั้งด้วยน้ำสบู่ จากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ขั้นตอนสุดท้ายก็เช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีคราบน้ำมะนาวหรือน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรด
จุ่มสเตนเลสลงในน้ำส้มสายชูเจือจาง 25% ล้างให้สะอาด ล้างออกด้วยน้ำสบู่และน้ำ และล้างด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง เช็ดให้แห้ง หากยังไม่สะอาดพอ อาจจะใช้กรดไนตริกผสมกับน้ำในอัตราส่วน 15 ต่อ 85 ราดบนผลิตภัณฑ์หรือบนอุปกรณ์สเตนเลสที่มีคราบเปื้อน หลังจากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำ ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วจึงล้างด้วยน้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าสะอาด แล้วจึงเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสที่คราบสกปรกเกิดจากโรงงาน
เช่น จารบี น้ำมัน ฝุ่นผง เศษโลหะเล็ก ๆ จากการกัด ไส กลึง ด้วยเครื่องจักร กระบวนการประกอบ น้ำมันหล่อลื่นชนิดที่มีฤทธิ์เป็นด่างและไม่มีฤทธิ์เป็นด่าง กราไฟท์ โมลิบดินัม ซิลิกา … น้ำมัน คราบมัน และ จาระบีเมื่อ เกิดรอยเปื้อนจากคราบน้ำมัน หรือจาระบี ให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณรอยเปื้อนหรือจุ่มสเตนเลสลงในแอลกอฮอล์ แล้วล้างน้ำอุ่นผสมกับสบู่หรือผงซักฟอก หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำ และเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีสิ่งสกปรกที่แข็งติด และสีของผิวสเตนเลสเปลี่ยนเนื่องจากความร้อน
ทา ครีม หรือผงขัด (เช่น บัรสโซ) ลงบนชิ้นงานแล้วขัดคราบที่ติดบนชิ้นงานไปในทิศทางเดียวกันกับโครงสร้างของ ผิว ล้างด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง หรือล้างด้วยสารละลายของกรดฟอสสเฟอร์ริก และล้างด้วยสารละลายแอมโมเนีย แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำ และเช็ดจนแห้ง

สแตนเลสเปื้อนสี หรือสิ่งสกปรกที่ติดแน่นมาก
ถ้าสเตนเลสที่เกิดเปื้อนสี อาจจะเป็นสีทาบ้าน แล้วกระเด็นมาโดน เป็นต้น ของแนะนำให้ใช้ฟองน้ำหมาด ๆ จุ่มผงขัด ถูตรงรอยเปื้อนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรถูไป ๆ มา ๆ เสร็จแล้วล้างด้วยน้ำ และเช็ดให้แห้ง หรือจะล้างด้วยสารละลายสี โดยใช้แปรงไนลอนนุ่ม ๆ ถูบริเวณที่เกิดรอยเปื้อนเบา ๆ จนคราบหลุดออก แล้วล้างออกด้วยน้ำหลังจากนั้นก็เช็ดให้แห้ง

ป้าย และสติ๊กเกอร์ สแตนเลส
จุ่มชิ้นงานสเตนเลสลงในน้ำสบู่อุ่น ๆ เพื่อลอกเอาป้ายออก จากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้งด้วยผ้า หากยังไม่ออกให้ถูกาวออกด้วยเบนซิน ล้างด้วยน้ำสบู่ และล้างด้วยน้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีคราบน้ำมันเบนซินติดอยู่ แล้วเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีรอยครูดกับพื้น หรือรอยแปรงขัดบาง
คนเข้าใจผิด คิดว่าทำความสะอาดด้วยแปรงขัดลวด แล้วคราบต่าง ๆ จะหมดไป โดเฉพาะอุปกรณ์เครื่องครัว จึงทำให้อุปกรณ์เต็มไปด้วยรอยมากมาย ต้องจำไว้เลยว่า ห้ามใช้แปรงเหล็ก หรือฝอยเหล็กที่ทำจากเหล็กกล้าคาร์บอน เมื่อมีรอยเปื้อนประเภทนี้เกิดขึ้น ให้ขัดด้วยลูกล้อขัดในไปในทิศทางเดียวกัน ล้างด้วยน้ำผสมสบู่ หรือผงซักฟอก ตามด้วยน้ำสะอาดจนกว่าจะหมดคราบ และเช็ดแห้ง (ข้อควรระวัง ในการใช้ลูกล้อขัดก็คือ วิธีการนี้จะไม่ใช้กับผิวสเตนเลส 2B หรือ 2D หรือผิวงานสำหรับตกแต่ง)



รวมเทคนิควิธีทำความสะอาดส เครื่องครัว แตนเลส ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

3
วันนี้ทาง จะขอมา รีวิวโครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้า (บางส่วน) เพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจของท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านได้พิจารณากัน พูดมาขนาดนี้แล้ว เราลองไปดูกันเลยดีกว่า สำหรับ

คอนโด ใกล้ BTS
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า 1: ดีคอนโด รัตนาธิเบศร์

รายละเอียด ดีคอนโด รัตนาธิเบศร์

ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีไทรม้า
ราคาเริ่มต้น 800,000 บาท

ที่ดินประมาณ: 13-1-62 ไร่
จำนวนตึก: 6 อาคาร
จำนวนชั้น: 8 ชั้น
จำนวนห้อง: 1,325 ยูนิต
ขนาดห้อง: 25 – 48 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด: 220 คัน

สิ่งอำนวยความสะดวก

สระว่ายน้ำ
ห้องออกกำลังกาย
สวนส่วนกลาง
อินเตอร์เน็ตไร้สายส่วนสระว่ายน้ำและฟิตเนส
ห้องชุดเพื่อการพาณิชย์
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.
กล้องวงจรปิด
ที่จอดรถ

คอนโด ใกล้ BTS 2: ยูนิโอ จรัญฯ 3 UNIO Charan 3

รายละเอียดยูนิโอ จรัญฯ 3 UNIO Charan 3

ห่างจากรถไฟฟ้า MRT ท่าพระ 1 กิโลเมตร
คอนโดราคาเริ่มต้น 0.99 ล้านบาท

ที่ดินประมาณ: 17-0-66.62 ไร่
จำนวนตึก: 10 อาคาร
จำนวนชั้น: 8 ชั้น
จำนวนห้อง: 1,932 ยูนิต
ขนาดห้อง: 28.00 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด: 634 คัน

สิ่งอำนวยความสะดวก

Lobby, Mail Box
สระว่ายน้ำ
เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง
สวนสาธารณะ
ห้องน้ำ + ล็อกเกอร์
Key Card
CCTV
รปภ. 24 ชม

คอนโดติดรถไฟฟ้า 3: B-LOFT คอนโด สุขุมวิท 115
คอนโด สุขุมวิท

สุขุมวิท เป็นอีกหนึ่งย่านธุรกิจที่สำคัญในบ้านเรา ไม่ได้มีแค่บรรดาบริษัทห้างร้านเท่านั้น แต่ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญสำหรับที่อยู่อาศัยสำหรับนักธุรกิจ หรือคนทั่วๆ ไป ดูอย่าง คอนโดสุขุมวิท ซึ่งก็มีให้ผู้อยู่ได้เลือกสรรตามความต้องการอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นก็เห็นจะเป็น B-LOFT สุขุมวิท 115 ที่เขาว่ากันว่าเป็นคอนโดมิเนี่ยมที่ฉีกรูปแบบเดิมๆ ออกไป ภายใต้แนวคิด Where Life’s Being Loft กับการตกแต่งในแบบ New York – Modern Loft ถึงจะเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถึงแม้ว่าจะเป็นคอนโดสุขุมวิทที่อยู่ใจกลางการเดินทางที่แสนสะดวก ก็มาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่า เหมาะกับการจับจองเข้าอยู่มากที่สุด



คอนโดติดรถไฟฟ้า ราคาเริ่มที่ 8แสนบาท เหมาะกับการจับจองเข้าอยู่มากที่สุด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/คอนโดติดรถไฟฟ้า/

4
Pokemon Go อัพเดทใหม่เพิ่มโปเกมอนที่หายากมากๆ ใครที่เคยดูการ์ตูนโปเกมอนมาก่อนคงจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับเจ้าโปเกมอนในตำนานที่ชื่อว่า “Mew” นั่นเอง อีกทั้งผู้เล่นจะสนุกมากยิ่งขึ้นเพราะตัวเกมส์ได้เพิ่มภารกิจและเนื้อเรื่องใหม่ๆ ให้ผู้เล่นได้ทำกัน

ภารกิจใหม่จากศาสตราจารย์ Willow (ตัวละครสำคัญของเกมส์) จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ นั่นคือ Field Research และ Special Research สำหรับ Field Research สามารถทำได้โดยการหมุน PokeStop จากนั้นผู้เล่นจะได้รับรายละเอียดของสิ่งที่ต้องทำเพื่อผ่านภารกิจ ตัวอย่างเช่น การค้นหาและจับโปเกมอน การต่อสู้กับโปเกมอน โดยผู้เล่นที่ทำสำเร็จก็จะได้รับของรางวัลเป็นไอเทมต่างๆ ยิ่งภารกิจที่ทำยากเท่าไหร่ ของรางวัลที่ได้ก็จะยิ่งใหญ่เช่นกัน

นอกจากนี้ภารกิจแบบ Field Research สามารถทำซ้ำได้และไม่มีการจำกัดผู้เล่นต่อการทำภารกิจในหนึ่งวัน อีกทั้งผู้เล่นได้รับแสตมป์จากการผ่านภารกิจแบบ Field Research อีกด้วย (จำกัด 1 แสตมป์ต่อวัน) เมื่อผู้เล่นรวบรวมครบ 7 แสตมป์ จะได้รับคะแนนความก้าวหน้าของภารกิจ

แม้ว่าทาง Niantic (บริษัทผู้พัฒนาเกมส์ Pokemon Go) จะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความก้าวหน้าของภารกิจ แต่คาดว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสในการพบโปเกมอนในตำนาน ซึ่งหากเป็นจริงก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้เล่นต่างจังหวัด เพราะว่าเมื่อก่อนการที่จะพบโปเกมอนในตำนานมีวิธีเดียวคือ การที่ผู้เล่นไปร่วมกันต่อสู้กับพวกมันที่เข้ามายึด Pokemon Gym หรือที่เรียกว่า “Raid Battle”

สำหรับภารกิจแบบ Special Research ผู้เล่นจะทราบจากศาสตราจารย์ Willow ผ่านทางกิจกรรมใหม่ “Story-driven” โดยภารกิจอาจมีขั้นตอนให้ผู้เล่นได้ทำมากขึ้น และการทำภารกิจเหล่านี้อาจเป็นเรื่องราวที่กี่ยวข้องกับ Mew โปเกมอนในตำนานที่เพิ่มเข้ามานั้นเอง

แม้ว่ากิจกรรมใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอาจจะยังมีความคลุมเครือไปบ้าง แต่ก็เรียกได้ว่าการอัพเดทครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อเนื้อเรื่องของเกมส์ ใครที่เล่นเกมส์นี้อยู่ก็สามารถอัพเดทตัวเกมส์เพื่อทำภารกิจใหม่ได้เลยครับ



เกมออนไลน์ Pokemon Go อัพเดทใหม่ เพิ่มโปเกมอนและภารกิจใหม่ๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/เกมออนไลน์/

5
 ปลาทองญี่ปุ่นตัวน้อยใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนได้นานถึง 7 ปี หลังมันถูกปล่อยเพื่อเป็นอาหาร น่าทึ่งจนเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต้องสร้างตู้ปลาใหม่ให้เพื่อเป็นการยกย่อง

           ถ้าพูดถึงปลาทองแล้ว บางคนอาจไม่ได้เห็นค่าของมันมากมายนัก ด้วยความที่เป็นปลาหาง่ายและราคาถูก พวกมันจึงมักถูกใช้เป็นอาหารของปลากินเนื้อที่ตัวใหญ่กว่า เช่นเดียวกับเจ้าปลาทองตัวนี้ ที่ถูกนำไปปล่อยลงในตู้ของปลาอะราไพม่า หรือปลาช่อนยักษ์อะเมซอน แล้วก็ไม่มีใครสนใจพวกมันอีกเลย

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งในเดือนเมษายน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ชิมะ มารีนแลนด์  ประเทศญี่ปุ่น กำลังทำความสะอาดตู้กรองน้ำของตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนอยู่นั้นเอง เขาเห็นเงาของปลาขนาดใหญ่ในบ่อกรองน้ำ ซึ่งจริง ๆ แล้วบริเวณนั้นไม่ควรจะมีปลาอะไรอาศัยอยู่เลย เขาจึงคว้าตาข่ายจับปลาและไฟฉายไปสำรวจ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบปลาทองตัวโตที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในนั้น

เหลือเชื่อ ! ปลาทองดวงแข็ง เอาชีวิตรอดในตู้ปลานักล่าได้นานถึง 7 ปี

           เจ้าปลาทองสุดโชคดีตัวนี้เคยถูกปล่อยลงมาในตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนเพื่อเป็นอาหาร แต่ด้วยความดวงแข็งของมัน ทำให้มันพลัดตกลงมาในบ่อกรองน้ำที่อยู่ด้านใต้ตู้จัดแสงปลา และรอดชีวิตจากคมเขี้ยวของปลากินเนื้อดุร้ายนั้นมาได้ มันใช้ชีวิตอยู่ด้วยการกินเศษอาหารที่ผ่านเครื่องกรองน้ำ จนกระทั่งมันโตเต็มที่และมีความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 25 เซนติเมตร

           เจ้าหน้าที่ที่พบตัวปลาทองบอกว่า มันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยบาดแผลบนลำตัว ครีบ ตา หรือปาก จะมีก็แต่สีของมันที่ซีดจนเหมือนสีเหลืองมากกว่าสีทอง นั่นเป็นเพราะมันอยู่ในที่ ๆ แสงส่องไม่ถึง และด้วยสีเหลืองอ่อนนี้เอง ทำให้เจ้าหน้าที่รายอื่นที่มาทำความสะอาดตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนไม่เคยสังเกตเห็นเจ้าปลาทองตัวนี้เลย ทั้ง ๆ ที่มีการทำความสะอาดกันทุก ๆ เดือน

เหลือเชื่อ ! ปลาทองดวงแข็ง เอาชีวิตรอดในตู้ปลานักล่าได้นานถึง 7 ปี

           คาดกันว่า เจ้าปลาทองตัวนี้น่าจะมีอายุมากกว่า 7 ปี เพราะครั้งสุดท้ายที่มีการให้อาหารปลาช่อนยักษ์อะเมซอนด้วยปลาเป็น ๆ นั้นก็เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ก่อนที่ทางพิพิธภัณฑ์จะเปลี่ยนมาให้อาหารแบบอัดเม็ดแทน

           ตอนนี้เจ้าปลาทองกลายเป็นดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปแล้ว มันได้ว่ายน้ำอย่างมีความสุขอยู่ในตู้ปลาขนาดใหญ่ตู้ใหม่ ที่จัดแสดงนิทรรศการความรู้ต่าง ๆ เรื่องปลาทอง และเล่าเรื่องราวความโชคดีของมันให้เป็นที่ประจักษ์แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย



เหลือเชื่อ ! ปลาทองดวงแข็ง เอาชีวิตรอดในตู้ปลานักล่าได้นานถึง 7 ปี  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/รู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง/

6
ข้อ ทำไม “เที่ยวกลางคืน” ใช้บัตรเครดิตดีที่สุด? หากคุณกำลังวางแผน “เที่ยวกลางคืน” วันนี้ หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้ เอาข้อคิดดีๆ มาฝากกันในเรื่อง เพราะอะไร ควรพกบัตรเครดิตไปเที่ยวกลางคืน มากกว่าเงินสด!

พกบัตรถูกใบ มีกำไร!

แน่นอนว่าใครๆ ก็รู้ ไปเที่ยวเดี๋ยวนี้ ราคาเครื่องดื่ม อาหารไม่ใช่ถูกๆ หากคุณถือบัตรเครดิตที่เหมาะกับการใช้งานแบบนี้ เช่น บัตรเครดิตที่ใด้แต้มสูงๆ เวลาคุณเชคบิลที่ไร ยิ้มได้แน่นอน เพราะคุณไม่ได้เสียเงินอย่างเดียว แถมคะแนนติดมือกลับบ้านด้วย บางทีอาจได้เครดิตเงินคือ หรือแลกไมล์สะสมต่อ เป็นต้น

ปลอดภัยกว่าเงินสด!

ไม่ว่าคุณจะบอกว่าผับนั้น เป็นผับชั้นดี หรูหราแค่ไหน แต่ผับก็คือผับ บางคนยังคงมองว่าเป็นสถานที่อโคจร คนหลากพ่อพันแม่ เพราะฉะนั้น การระมัดระวังตัวคุรเองคือเรื่องสำคัญ และการพกบัตรเครดิตเพื่อใช้งานในระหว่างเที่ยวกลางคืนแทนเงินสด ถือว่าช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากเลยทีเดียว

ติดตาม จดบันทึกได้ง่าย

ก็เหมือนกับเวลาที่เราแนะนำให้ใช้บัตรเครดิตโดยทั่วไป เพราะมันช่วยให้คุณจดบันทึกการใช้จ่ายได้ง่าย ติดตามว่าในเดือนหนึ่งๆ เราไปเที่ยวมากแค่ไหน มากไปหรือเปล่า ควรลดหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในกรณีของเงินสดนั้น บางทีเราก็ลืมจดว่าไปไหนมา จ่ายไปเท่าไหร่ พอกับบ้านสร่างเมา ก็ไม่ได้จดอีก แต่บัตรเครดิตนั้น คุณสามารถดูได้จากสลิปบัตรเครดิตได้เลย!

ถ้าปาร์ตี้ยืดเยื้อ คุณยังรอด

เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในปาร์ตี้ได้ บางทีคุณอาจจะสนุกเพลิน และอยากต่อเรื่อยๆ หรือบางทีเจอเพื่อเก่าโดยบังเอิญ ปลีกตัวกลับก็อาจจะยาก เพราะฉะนั้น คุณควรเตรียมพร้อมอยู่เสมอ และบางทีคุณก็ดันเตรียมเงินสดไปพอดีเสียด้วยสิ ดังนั้น การพกบัตรเครดิต ช่วยคุณได้ในสถานการณ์แบบนี้อย่างแน่นอน


หากคุณกำลังวางแผน “เที่ยวกลางคืน” พกบัตรเครดิตปลอดภัยกว่าเงินสด! ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

7
วิธีแก้ปัญหาน้ำตันด้วยน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของใกล้ตัวที่ช่วยแก้ปัญหาท่อน้ำตันได้อย่างดีเยี่ยม

หากกำลังประสบปัญหาท่อน้ำตัน อย่าเพิ่งกริ๊งกร๊างไปหาช่างซ่อม เพราะวันนี้มีวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ มาบอกต่อ โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น

วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา

หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

วิธีแก้ปัญหาท่อน้ำอุดตัน

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ

วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ

หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา

5. เครื่องดูดฝุ่น ดูดหมดทุกสิ่งอุดตัน

ถ้าที่บ้านมีเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถใช้ทำงานได้ทั้งพื้นที่เปียกและพื้นที่แห้ง แนะนำให้เปิดระบบการทำงานเครื่องดูดฝุ่นให้เป็นแบบเปียก จากนั้นเปิดน้ำหล่อท่อเอาไว้แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นจ่อลงไปที่ปากท่อ แล้วดูดสิ่งอุดตันท่อออกมาให้หมด



ท่อตัน ทำอย่างไร ? มาดูวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องเรียกช่าง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

8
ปัญหาส้วมเต็ม เป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ ไม่รู้จะแก้อย่างไร เรามีคำตอบ
สาเหตุ. คือ เป็นระบบส้วมซึม ใช้วงบ่อเป็นที่เก็บปฏิกูล (บ่อเกรอะ) อาศัยการซึมของ

น้ำปฏิกูลออกสู่ดินภายนอก แต่ปัญหาใหญ่คือ หลายหมู่บ้านดินบริเวณโดยรอบเป็น
ดินเหนียว ซึ่งน้ำซึมได้ยากจึงกักเก็บน้ำไว้ ยิ่งมีบ้านข้างเคียงจำนวนมาก น้ำใต้ดินก็จะ
ซึมหากันจนอิ่มตัว ไม่สามารถระบายออกภายนอกโดยการซึมได้ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน
น้ำก็จะซึมเข้าบ่อได้มาก จนสูบส้วมได้ 2 วัน ก็เต็มอีกแล้ว (มีแต่น้ำ)

วิธีแก้ปัญหา 1. ติดตั้งถังบำบัด (ถังแซทส์) เพิ่ม โดยต่อออกจากบ่อเก็บปฏิกูลเดิม แล้วระบายน้ำที่บำบัดแล้วออกสู่ท่อน้ำทิ้ง แต่ถังบำบัดมีราคาสูง อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องพิจารณาอีกที

2. แบบประหยัดงบประมาณ และง่าย ทำได้ดังนี้

1) ขุดฝังวงบ่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1 เมตร จำนวน 3-4 วงซ้อนกัน ซึ่งต่อไปเรียกว่า บ่อบำบัด

2) แบ่งกึ่งกลางของวงบ่อด้วยการก่ออิฐกัันให้สูงไม่เกินปากท่อที่ต่อจาก บ่อเกรอะเข้ามายังบ่อบำบัด

3) เจาะบ่อบำบัดด้านข้างเพื่อวางท่อระบายน้ำที่บำบัดแล้ว ให้ไหลสู่ ร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก โดยวางในตำแหน่งที่มีระดับปากท่อเสมอกับ

ผนังอิฐที่กั้นกลางบ่อ และให้ปลายท่อลาดเอียงต่ำลงไปยังร่องหรือท่อ ระบายน้ำหลัก และต้องให้ปลายท่ออยู่ด้านบนของร่องหรือท่อระบายน้ำหรือสูงกว่าระดับน้ำในร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก เพื่อป้องกันน้ำในระบาย หรือท่อระบายน้ำหลัก ไหลกลับเข้าไปในบ่อบำบัด

4) ปิดปากท่อที่ระบายน้ำจากบ่อบำบัดสู่ร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก ด้วย ฝาครอบ PVC ที่เจาะรู ขนาด 1/2 นิ้ว ให้มากที่สุดเท่าที่จะเจาะได้
เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมีเดียไหลหลุดออกไปภายนอกได้

5) ใส่ลูกมีเดียเพื่อเป็นที่จับเกาะของแบคทีเรียที่ช่วยย่อยสิ่งปฏิกูล จำนวน 100 – 200 ลูก หรือมากที่สุดเท่าที่จะมากได้



ปัญหา ชักโครกกดไม่ลง ทำไง และประหยัดงบประมาณ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

9
เลี้ยงปลาไว้ กำจัดลูกน้ำยุงลาย ปลาที่นิยมเลี้ยงกันไว้กินลูกน้ำก็คือ ในสภาวะที่มีน้ำท่วมขัง แถมบางจุดยังเป็นน้ำเน่าเสีย ไม่น่าแปลกที่ “ยุง” จะเป็นอีกหนึ่งปัญหารบกวนเรา จริง ๆ รบกวนน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่หาก “ยุง” มาพร้อมกับโรคร้าย โดยเฉพาะไข้เลือดออกแล้วล่ะใครติดเชื้อเขาไปก็มีโอกาสถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอม จึงนำวิธีกำจัดยุงมาฝากเพื่อน ๆ กันโดยเฉพาะ

สำหรับวิธีกำจัดยุงมีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายวิธี นอกจากการใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า หรือฉีดพ่นสารเคมีแล้ว ยังมีวิธีดี ๆ ที่เรามาแนะนำต่อไปนี้

วิธีกำจัดลูกน้ำยุง

เลี้ยงปลาไว้กินลูกน้ำ

ปลาที่นิยมเลี้ยงกันไว้กินลูกน้ำก็คือ ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลากัด โดยมักจะเลี้ยงปลาเหล่านี้ไว้ในโอ่ง หรือบ่อซีเมนต์ ไว้สำหรับกินลูกน้ำในน้ำ ซึ่งจะช่วยควบคุมยุงลายได้ทางหนึ่ง โดยให้ใส่ปลาหางนกยูง 2-10 ตัวต่อภาชนะ แต่หากกลัวว่าปลาจะยิ่งเพาะพันธุ์มากขึ้น ก็ให้เลือกเลี้ยงเฉพาะปลาหางนกยูงตัวผู้ก็ได้

ใช้แบคทีเรียกำจัดลูกน้ำ

แบคทีเรียพวกนี้จะเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดินตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นพิษต่อคนและสัตว์ โดยหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งจะมีชื่อเรียกทางการค้าแตกต่างกันไป เช่น Bactimos, Teknar, VectoBac, Larvitab ฯลฯ และมีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับชนิดของแหล่งน้ำ และชนิดของลูกน้ำยุง

นอกจากนี้ น้ำอีเอ็มที่ใช้แก้น้ำเสียก็สามารถกำจัดลูกน้ำยุงลายได้เช่นกัน เพราะอีเอ็มมีประสิทธิภาพในการปรับสภาพน้ำ ลดความเป็นกรด – ด่างในน้ำ ทำให้ลูกน้ำยุงลายไม่สามารถอยู่ได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

ใช้ทรายอะเบทกำจัดยุงลาย




สำหรับวิธี กำจัดลูกน้ำยุงลาย มีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายวิธี ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/กำจัดลูกน้ำยุงลาย/

10
 กำจัดกลิ่น ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นก็มีด้วยกันหลายสาเหตุ วันนี้ ได้รวบรวม 5 เคล็ดลับ วิธีดับกลิ่นห้องน้ำ วิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ การที่ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นก็มีด้วยกันหลายสาเหตุ

ไม่ว่าจะเป็นการอุดตันของท่อ หรืออาจจะเป็นเพราะกลิ่นของเสียของสมาชิกในบ้านค่ะ วิธีดับกลิ่นห้องน้ำ ก็มีด้วยกันหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะใช้สารเคมีดับกลิ่น หรืออาจจะใช้สมุนไพรดับกลิ่นก็ได้เช่นกัน ว่าแล้วเราไปดูเคล็ดลับที่เรานำมาฝากในวันนี้กันเลยค่ะ

คลีนนิ่งห้องน้ำ

ดับกลิ่นห้องน้ำด้วยลูกเหม็น : วิธีนี้เป็นวิธีเบสิคที่ถ้าพูดถึงการดับกลิ่นห้องน้ำ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงวิธีนี้เป็นอันดับแรกๆ เป็นวิธีที่ได้ผลและขั้นตอนการการเตรียมอุปกรณ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ซื้อลูกเหม็นมา 1 ห่อ นำไปวางไว้บริเวณชักโครก แค่นี้กลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำก็จะหมดไป

สบู่เหลวอาบน้ำเดทตอล : อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ สบู่เดทตอลช่วยขจัดกลิ่นในห้องน้ำได้จริงๆ ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่เพื่อนๆ อาบน้ำ และล้างน้ำ น้ำสบู่ที่เรานำมาถูตัวก็จะไหลลงท่อไปช่วยขจัดเชื้อโรค และก็จะมีกลิ่นหอมของสบู่หอมทั่วทั้งห้องเลยค่ะ


ถ่านหุงต้ม : ถ่านสีดำๆ ที่เราไว้ใช้เป็นฝืนเพื่อจุดไฟนอกจากจะช่วยลดกลิ่นอับในตู้เย็นได้แล้ว ยังสามารถดูดกลิ่นอับในห้องน้ำได้ด้วยนะคะ เพียงแค่คุณนำถ่านใส่ถุงพลาสติกและนำไปวางไว้ในห้องน้ำ ถ่านก็จะดูดกลิ่นอับในห้องน้ำให้หมดไป




รวบรวม 5 เคล็ดลับ วิธี กำจัดกลิ่น ห้องน้ำ วิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/

11
วิธีทำจุลินทรีย์มหัศจรรย์ คือ – นำน้ำมะพร้าว 2 ผล จะมีสารไซโตไคนิน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ ฯลฯ ที่สารตัวหนึ่งในน้ำมะพร้าวที่สามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้นำมาเป็นอาหารจุลินทรีย์

– นำนมเปรี้ยว 1 ขวด ในท้องตลาดยี่ห้อใดก็ได้
– เอากากน้ำตาลใส่ 1 ช้อนแกง หรือซีอิ้วดำ
– และน้ำข้าวหมากซึ่งมียีสต์อยู่ 1 ช้อนแกง
– นำมาเทใส่ขวด ปิดฝาขวดให้สนิท เหลือช่องว่างไว้สัก 2-3 นิ้ว เพื่อไว้ให้จุลินทรีย์บางตัวหายใจ
– หมักไว้ 7 วัน จะเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์อย่างมหัศจรรย์ และไม่เหม็น
ใช้ในการบำบัดน้ำเสียและการทำเกษตรอินทรีย์

จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ

กล้วยปลูกที่ไหนดินบริเวณกอกล้วย ณ นั้น จะดี เบื้องหลังความร่วนซุยอุ้มน้ำของดินดังกล่าวเกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินรอบๆ รากกล้วย ซึ่งหากขยายเชื้อให้มากแล้ว ย่อมนำไปใช้ปรับปรุงดินในที่อื่นๆให้ดีขึ้นได้นอกจากนั้นหน่อกล้วย มีน้ำยางฝาดหรือสารแทนนินมาก เมื่อหมักแล้วน้ำหมักที่ได้ยังสามารถนำมาใช้ในการควบคุมโรคพืชบางอย่างได้ทั้งสามารถนำไปใช้ปรับปรุงสภาพน้ำที่เน่าเสียให้ฟื้นสภาพกลับดีได้อีกด้วย

ส่วนผสม
1. หน่อกล้วยสับบดละเอียด 3 กก.
2. กากน้ำตาล 1 กก.

วิธีทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ

ขุดหน่อกล้วยต้นสมบูรณ์ที่ไม่เป็นโรคขนาดหน่อใบธงหรือใบหูกวางสูงไม่เกิน 1 เมตรเอาเหง้าพร้อมรากที่มีดินติดรากขึ้นมาด้วย 1- 2 ช้อนแกงสับหรือบดให้ละเอียดโดยไม่ต้องล้างน้ำแล้วนำมาคลุกเคล้ากับกากน้ำตาลในอัตราส่วนเป็นน้ำหน่อกล้วย 3 ส่วนต่อกากน้ำตาล 1 ส่วนเช่นหน่อกล้วย 3 กิโลใช้กากน้ำตาล 1 กิโล ถ้าหน่อกล้วย 6 กิโล ใช้กากน้ำตาล 2 กิโลเป็นต้นหมักในภาชนะพลาสติกมีฝาปิดเก็บไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจากนั้นคนเช้าเย็นทุกวันจนครบ7 วันแล้วคั้นเอาน้ำออกเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน ในกรณีต้องการใช้มากให้ขยายเชื้อโดยใช้สูตรขยาย

จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรขยาย
ส่วนผสม
1.หยวกกล้วยสับบดละเอียด 60 กก.




จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตร หัวเชื้อจุลินทรีย์  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

12
ต้นเหตุที่ทำให้บ้านลื่นและดูสกปรก พืชสีเขียวเล็ก ๆ ที่ขึ้นลามไปทั่วในช่วงหน้าฝน จนทำให้บ้านดูสกปรก แถมยังทำให้พื้นลื่น สาเหตุของอุบัติเหตุในบ้านด้วย

เมื่อฝนมา…ภายในบ้านมันก็จะชื้น ๆ ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิด ตะไคร่น้ำ หรือชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า มอสส์ (Moss) มาเกาะบ้าน ทำลายบรรยากาศไปซะหมด ถึงหลายคนจะบอกว่า มันดูสวยดี แต่ยังมีบางบ้านที่ไม่ต้องการให้มันขึ้น กระปุกดอทคอมเลยไม่รอช้าที่จะนำวิธีกำจัดตะไคร่น้ำมาฝากกันค่ะ สำหรับบ้านไหนที่ไม่อยากให้ตะไคร่น้ำเกาะ ก็เลือกวิธีที่เหมาะสมไปกำจัดเลยค่ะ

1. น้ำร้อน

วิธีนี้คือขั้นพื้นฐานของการกำจัดตะไคร่น้ำ โดยการราดน้ำต้มเดือดตรงที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนใช้แปรงหัวแข็งขัดและทำความสะอาดอีกรอบ

2. เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

วิธีนี้เป็นการกำจัดดตะไคร่น้ำแบบธรรมชาติเหมือนวิธีแรกนั่นแหละค่ะ ด้วยการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาฉีดบรรดาคราบตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามผนังหรือพื้นซีเมนต์ต่าง ๆ ให้ทั่ว คราบตะไคร่น้ำก็จะหายไปในทันที แต่วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลในบริเวณที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะหนา

3. น้ำส้มสายชู

น้ำส้มสายชูเป็นของดีที่ทุกบ้านต้องมีเลยค่ะ โดยนำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรง ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วขัดออก ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง และที่สำคัญต้องทำให้แห้งด้วยนะคะ เพื่อกำจัดความชื้นตัวการที่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำให้หมดไปแบบถาวรด้วย

4. สารฟอกขาว

หากทำวิธีด้านบนแล้วยังมีตะไคร่น้ำสีเขียว ๆ เกาะอยู่ งั้นต้องผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยล้างออก แต่วิธีนี้ควรระวังไม่ให้ส่วนผสมไหลไปโดนต้นไม้เด็ดขาด ที่สำคัญถ้าจะให้ดีต้องทำวิธีนี้ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เพราะความร้อนจากแสงแดดจะทำให้ส่วนผสมแห้งเร็วขึ้น

5. แอมโมเนียมซัลฟาเมท (Ammonium Sulfamate)



วิธี กำจัดสาหร่าย กำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา ดูเพิ่มเติมได้ที่  https://www.bcithailand.net/กำจัดสาหร่าย/

13
ลดการใช้สารพิษ ด้วย จุลินทรีย์ชีวภาพ ของไทย จากกรณีที่ลาวต้องออกกฎหมายควบคุม และห้ามขยายพื้นที่เพาะปลูกจนกว่ารัฐบาลจะตรวจสอบและอนุญาตเสียก่อน

เนื่องมาจากการรุกรานพื้นที่เพาะปลูกของนักลงทุนจีน ที่บุกไปปลูกกล้วยในประเทศลาวพื้นที่ประมาณ 10,000 เฮกตาร์ หรือราวๆ 62,500 ไร่ และมีการลักลอบนำเข้าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ที่มีพิษรุนแรง รวมถึงแรงงานเครื่องจักรต่างล้วนมาจากประเทศตนเองเสียเกือบหมด ทำให้ทางการลาวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องรีบออกมาดูแลแก้ไขกฎหมายเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้เสียหายมากไปกว่านี้ เพราะประชาชนคนลาวแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรใดๆ นอกจากการอาบชโลมสารเคมีลงไปในผืนดินแผ่นน้ำอย่างไม่บันยะบันยังทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลงทุกที

ประเทศไทยเองก็ใช่ว่าจะหนีห่างจากทุนจีนได้ ทางจังหวัดเชียงราย อำเภอเชียงของ ก็มีการร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทคนจีนใช้คนไทยจัดตั้งบริษัทบังหน้าไม่กี่คน เป็นนอมินี แล้วเอาคนจีน แรงงานจีนเข้ามาบริหารจัดการ โดยการลักลอบนำสารเคมีจากประเทศของตัวเอง ด้วยการนำเข้ามาทางเส้นทางเศรษฐกิจ R3A หลังจากใช้ทรัพยากรบนผืนแผ่นดินไทยอย่างคุ้มค่า แล้วก็ขนผลผลิตกลับไปยังประเทศตนเอง ก่อนที่หน่วยงานรัฐจะเข้าไปตรวจเลือดหาสารพิษก็พบหลายราย และมีการขยายผลออกไป เพื่อระงับยับยั้งนายทุนจีนกลุ่มนี้ที่ไร้สำนึกความรับผิดชอบต่อการลงทุนในบ้านเมืองคนอื่น

ในประเทศไทยเองแต่ละปีมีตัวเลขการนำเข้าสารเคมีที่เป็นพิษเกือบแสนล้านบาท หรือมีปริมาณกว่า 5 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณมหาศาลที่พี่น้องเกษตรกรนำไปใช้อาบชโลมป่าทั้งป่า เขาทั้งเขา ให้ชุ่มฉ่ำไปด้วยสารพิษ เมื่อฝนตกก็ไหลลงไปสู่ต้นน้ำ และลงไปสู่เขื่อนผ่านไปยังปลายน้ำ ทำให้ระบบนิเวศน์ กุ้ง หอย ปู ปลา รวมถึงสัตว์ป่าล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก มนุษย์เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ทุกชีวิตต้องมามีอันเป็นไปเพราะสารเคมีที่เป็นพิษ

ปัจจุบันชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ได้เล็งเห็นถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้บริโภคในอนาคต จึงมีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ชีวภาพปราบโรคแมลงศัตรูพืชแบบปลอดภัยไร้สารพิษ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านการรับรองระบบการจัดการคุณภาพ GAP พืชและเกษตรอินทรีย์ (Organic) ได้รับการรับรองจากสำนักพัฒนาระบบ และการรับรองมาตรฐานสินค้าพืชให้เป็นปัจจัยการผลิตที่สามารถใช้ในการผลิตพืชอินทรีย์ ตามมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ ของกรมวิชาการเกษตร (Organic Thailand) สามารถละลายน้ำได้ 100 % ไม่ก่อให้เกิดปัญหาหัวฉีดอุดตัน และผ่านการทดสอบความเป็นพิษที่เรียกว่า LD50 ทดสอบแล้วว่ามีความปลอดภัยมากกว่าน้ำปลา ประมาณ 10 เท่า ทำให้สามารถวางใจได้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระบวนการใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัย มีมาตรฐานในการผลิต และยังมีระบบการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (QC) สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกล็อตการผลิต



จุลินทรีย์ชีวภาพ ปราบโรคแมลงศัตรูพืชแบบปลอดภัยไร้สารพิษ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/

หน้า: [1]