ผู้เขียน หัวข้อ: เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา(Las Vegas, USA)  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2019 , 00:34:31
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 790
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ท่องไปในเมืองคนบาป เที่ยวลาส เวกัสแบบไม่ต้องวัดดวง
ขณะที่เยี่ยมที่สุดในการเที่ยวลาส เวกัสแบ่งออกเป็น 2 ตอน ถ้าเกิดถูกใจเย็นสบายราว 10 – 22 องศาเซลเซียส แนะนำตั้งแต่มี.ค.ถึงพ.ค.ส่วนชาวไทยที่เคยชินกับความร้อนราว 35 องศา สามารถเดินทางได้ในเดือนกันยายน - พฤศจิกายน
แนวทางการได้ห้องพักราคาไม่แพงที่สุดไม่ว่าคุณจะไปเยือนเวกัสยามไหนก็ตาม ให้เข้าพักตั้งแต่กลางอาทิตย์ ห้องพักทั้งหลายแหล่จะลดราคาสุดๆตั้งแต่วันอังคารถึงวันพฤหัสบดี
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่สนามบินนานาชาติแมคคาร์แรน สายตาก็เตะเข้ากับตู้สล็อตแมชชีนหลายสีสันที่ตั้งขึ้นอยู่เป็นระยะ แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ใช่นักพนันตัวยง แม้กระนั้นตั้งแต่เท้าสัมผัสถึงท่าอากาศยานจนกระทั่งเดินเข้าร้านค้าสบายซื้อ แล้วไปเช็คอินที่บังกะโล ทุกอณูในเมืองลาส เวกัสแทบมีตู้เสี่ยงโชคนี้คอยกวักมือให้คนเล่นการพนันเข้าสิง

เอ๊า ก็บอกแล้วว่ารังเกียจเสี่ยงดวงและฉันก็จะอดรนทนต่อแรงเย้านี่ให้ได้ ไม่เชื่อก็มาลอง(พนัน)มอง!

เมื่อไม่ใช่คนมั่งคั่งระดับเจ็ทเซ็ท ความประสงค์ที่จะตื่นขึ้นมาเดินทางรอบโลกเพื่อไปเช็คอินตามแลนด์มาร์กเก๋ๆทั่วยุโรปและทวีปเอเชีย อาจจะเปลี่ยนเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม อย่ากระนั้นเลย ลาสเวกัสนี่ล่ะที่จะพาพวกเราท่องไปดินแดนในฝัน ทั้งหอไอเฟล ปิรามิด ลำคลองเวนิส และอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ทั้งหมดนี้ถูกเนรมิตไว้ภายในดินแดนคนบาป พวกเราเดินปะปนไปกับผู้คนที่ถนนหนทางสตริป (Strip) ถนนหนทางเส้นหลักใหญ่จุดศูนย์กลางดาวน์ทาวน์ แหล่งรวมความสนุกสนานทั้งปวงของเมือง เพียงแต่นี้พวกเราก็สามารถท่องเที่ยวรอบโลกได้ในเพียงแต่เลวทรามข้ามคืน

การท่องเที่ยวลาส เวกัส สรุปรายได้อย่างคร่าวๆถึงตัวเลขที่วิ่งวนในคาสิโนต่อวันว่ามีมากถึง 630,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าหากคูณ 365 วันเข้าไปจะเป็นจำนวนเงินราว 220 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐ หากนำเงินจำนวนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นไปบริจาคให้หน่วยงานทุ่งนาซ่า ก็จะใช้เวลาเพียง 2 ปีเพียงแค่นั้นสำหรับในการสร้างยานอวกาศมาอีกลำ รายได้อภิเป็นอันมากขนาดนี้ไม่ได้มาจาก‘คาสิโน’ ทั้งยัง 172 แห่งเพียงอย่างเดียว ลาสเวกัสยังคงไม่หยุดการครองแชมป์ยอดเยี่ยมเมืองเอนเตอร์เทนเมนท์ระดับนานาชาติด้วยการลงทุนกับเมกกะโปรเจ็กท์ทั้งหลาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะตั้งอยู่บนถนนสตริปทั้งปวง อาทิเช่น ศูนย์สัมมนา Las Vegas Convention Center Expansion (ใช้งบสร้าง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) การมาของบังกะโลสุดหรู The Resort World Casino Las Vegas( งบประมาณการผลิต 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งรองรับแขกได้ถึง3,400 ห้อง และจะเปิดให้บริการในปี 2020 แต่ว่าสำหรับขาคอนเสิร์ตอย่างพวกเราบอกเลยว่า ตื่นเต้นสุดๆกับการแสดงดนตรีฮอลล์สุดแจ๋วคล้ายโดมแก้วมหึมา อยากรู้ว่าคูลมากแค่ไหนให้เสิร์ชอากู๋ หา MSG Sphere Las Vegas แล้วคุณต้องอยากเป็นหนึ่งในคนดูจากปริมาณ18,000 ที่นั่งเหมือนกับพวกเรา !

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การร่วมสังสรรค์ลาสเวกัส 100 ปีในปีหน้า สมัยก่อนดินแดนร้างที่นี้ถูกนำมาแก้ปัญหาทางด้านอุทกภัย ด้วยเหตุว่ามีพื้นที่ตั้งอยู่ตรงชายแดนของสองรัฐ นั่นคือแอริโซนาและเนวาดารัฐบาลตัดสินใจสร้างเขื่อนขึ้นเพื่อกีดขวางน้ำหลากบนแม่น้ำโคโลราโดในปีคริสต์ศักราช 1931 กำเนิดเป็นเขื่อนองค์การอนามัยโลกเวอร์ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต องค์การอนามัยโลกเวอร์ ถือเป็นการกลับประวัติศาสตร์ให้แก่วงการพีศวกรรม เนื่องจากนี่คือเขื่อนใหญ่ที่สุดโลกในตอนนั้น ด้วยความสูง 221 เมตร โดยมีความดกของฐานถึง 201 เมตร หรือราวขนาดสองสนามฟุตบอลรวมกัน

ขณะที่การสร้างเขื่อนนี่แหละคือต้นกำเนิดของ ‘Sin City’ เนื่องจากล่อใจแรงงานมากยิ่งกว่า 1,000 คน เดินทางมาสู่รัฐเนวาดา ข้างหลังตรำงานหนักเหล่ากรรมกรมุ่งตรงสู่ฟรีมอนต์(Fremont) เขตโลกีย์ของลาส เวกัส ที่มีแหล่งมั่วสุมแบบครบวงจร บริเวณเต็มไปด้วยโมเต็ลราคาไม่แพง ปัจจุบันถนนคนเดินฟรีมอนต์ (Fremont Street Experience) ยังคงเต็มไปด้วยคาสิโนแบบเริ่มแรกมาตั้งแต่สมัย 40s ครึกครื้นสุดหลังตะวันลับฟ้า แสงสว่างหลายล้านดวงส่องจนช่วงเวลาค่ำคืนสว่างกว่าช่วงเวลากลางวันได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นแถบโรงแรม Golden Nugget รวมทั้ง 4 Queens แสงสว่างจากหลอดไฟฟ้ากลมที่ปฏิบัติภารกิจยืนหยัดกับลาสเวกัสตั้งแต่สมัยบุกเบิก ช่างมีเสน่ห์ถูกตาถูกใจเข้าใจอารมณ์แมงเม่าที่พร้อมบินเข้ากองไฟก็ยามนี้

มาฟรีมอนต์แล้วแนะนำให้ท้าสู้ความกล้าหาญกับกิจกรรมซิปไลน์ SlotZilla Zip Line ที่วิ่งขนานไปกับหลังคาจอแอลซีดี ร่อนวนเหนือผู้คนที่ทอดน่องในเบื้องล่าง ที่สำคัญการร่อนบนซิปไลน์ไปถึงจุดหมายของคุณยังได้ลุ้นรางวัลเสมือนเล่นสล็อตอีกต่างหาก

ในเมื่อเสน่ห์อย่างหนึ่งของลาส เวกัส เป็นแสงสีนีออนที่เปิดขึ้นกันพรึ่บพรั่บในยามค่ำด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้ว Neon Museum ก็เลยเป็นเยี่ยมในกิจกรรมที่จะทำให้คุณมองเห็นลาส เวกัสในอีกมิติ ตรงนี้คือพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านป้ายนีออนวินเทจที่เคยตกแต่งตามโมเต็ล คาสิโน คลับและก็ร้านอาหารซึ่งเอามาจากถนนฟรีมอนต์ ต้นกำเนิดความเบิกบานใจก่อนจะย้ายมายังถนนหนทางสตริปในตอนนี้

ย้อนอดีตประเด็นการโปรโมทร้านค้าผ่านป้ายนีออน ถูกใช้หนแรกที่ลอส แองเจลีสในปี ค.ศ.1928 หลังจากนั้นแพร่สู่ทางด้านตะวันตกของประเทศในรัฐเนวาดา Neon Museum รวบรวมป้ายนีออนเก่าแก่ 150 ป้าย จัดแถวกันดุจงานศิลปะ โดยมีป้ายสำคัญของ Moulin Rouge Hotel (1955) คาสิโนและบังกะโลแบบบูรณาการที่แรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ดีไซน์โดยเบ็ตตี้ วิลลิส (Betty Willis) กราฟฟิคดีไซเนอร์ผู้มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ยุคใหม่ของลาสเวกัส และเป็นผู้ออกแบบป้ายซิกข์เนพบร์อันดังที่ผู้ใดกันแน่ผ่านไปผ่านมาเวลาเข้าเมืองก็ชอบจำเป็นต้องหยุดชักภาพเป็นที่ระลึก โน่นคือ Welcome to Fabulous Las Vegas ป้ายออริจินัลตั้งอยู่ตอนใต้ของถนนสตริป ซึ่งบอกเลยหาไม่ยาก ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดคุณขับรถผ่านไปทิศใต้ก็จะเห็นผู้คนหยุดรถยนต์ถ่ายภาพคู่กับป้ายนี้กันเป็นแถว

ไหนๆก็มาเยี่ยมเมืองที่ทุ่มเทให้กับทุกๆอย่างอยู่แล้ว เราก็เลยรู้สึกยินดีอย่างมากที่การกินอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างเบอร์เกอร์คราวนี้จะพิเศษกว่าประเทศไหนๆเพราะว่าลาส เวกัสชักชวนเหล่าเชฟก้องโลกมาให้ผู้เดินทางได้มีทางเลือกแบบเหนือระดับกว่าคนใดกัน เพียงแค่มองเห็นชื่อกอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) เชฟชาวสก็อตที่มีท่าทางการจัดรายการได้เผ็ดร้อนสมชื่อHell’s Kitchen เปิดร้านเบอร์เกอร์อยู่ตรงชั้นกราวเกรียวด์ของ Planet Hollywood Las Vegas ที่ตั้งของ Gordon Ramsay BurGR หน้าร้านร้อนแรงด้วยเปลวไฟพวยพุ่งเล่นระดับยาว 30 ฟุต เมนูชี้แนะชื่อเดียวกับรายการ Hell’s Kitchen Burger (15 ดอลลาร์ฯ) เนื้อเบอร์เกอร์กัดแล้วได้เรื่องเต็มแน่นหอมด้วยการปิ้งจากเตาถ่าน ผสมกับอะโวคาโดเพิ่มความกลมกล่อม และก็ที่ต้องมีให้ได้คือ Truffle Parmesan Fries (11 ดอลลาร์ฯ) เฟรนช์ฟรายชิ้นโตกรอบกำลังดี กัดแล้วให้ความรู้ความเข้าใจสึกค่อย จิ้มกับ Curry Ketchup ซอสมะเขือซิกเนพบร์ของร้านค้าที่ผสมเครื่องเทศเอเชียเข้าไป พอเพียงจะให้คลายคิดถึงบ้านได้นิดนึง(ก็ยังดี) รวมๆแล้วเป็นมื้อที่ออกจะหนัก

ดังนั้นซื้อมาแล้วแบ่งกันชิมคนละนิดละหน่อยดีกว่า ถนอมพุงไว้สำหรับมื้อบุฟเฟ่ต์ใหญ่ๆตามบังกะโลต่างๆที่แต่ละอพาร์เม้นท์ก็ทุ่มเทด้วยการว่าจ้างเชฟระดับนานาชาติมาทำหน้าที่ อย่าง The Venetian ที่เราเข้าไปเดินเล่นชมคลองเวนิส ตรงนี้ก็มีเซเลบริตี้เชฟตามห้องอาหารมากที่สุดในเวกัสถึง 15 คน แต่ว่าสถานที่โรแมนติกสุดพวกเราชูให้ร้านอาหาร The Buffet ที่รีสอร์ท Wynn ทั้งยังบรรยากาศสวยสว่างประดับโดยการใช้มวลบุปผชาติ กับเมนูสารพัดให้อิ่มทั้งยังของกินนานาประเทศประสิทธิภาพชั้นดีและก็พาเหรดขนมสุดอลังการ แม้กระนั้นมูลเหตุที่พวกเราเลือกมา Wynn จริงๆเนื่องจากอยากไปดูโคมระย้าที่Gustav Eiffel ดีไซน์ไว้ต่างหาก งานชิ้นนี้น่าจะเป็นผลงานชิ้นเกือบท้ายที่สุดในชีวิตของเขา เนื่องจากทำขึ้นในปี ค.ศ.1918 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1923

ก่อนจากลาส เวกัสไป เราไปยืนมุงมองราษฎรเสี่ยงดวงกันอยู่นาน หลงๆลืมๆก่อนเจ้าตัวกิเลสจะออกมาเพ่นพ่าน จำเป็นต้องรีบเดินหนีจากวงจรนั้น เพื่อไปพบว่า ยังมีวงจรอีกมากมายที่ชวนให้เราตริตรองอีกรอบว่า จะวัดดวงสักตั้งดีไหม?
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : instants-suspendus

ที่มา : http://instants-suspendus.net/

Tags : instants-suspendus