อยากเกษียณอย่างสบายๆ ต้องมีเงินเท่าไหร่?

ผู้เขียน หัวข้อ: อยากเกษียณอย่างสบายๆ ต้องมีเงินเท่าไหร่?  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

15-05-2018 , 14:54:04
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 53
    • ดูรายละเอียด

คำถามที่แต่ละคนคงเคยคิดเล่นๆ กันว่าเมื่อเกษียณไปแล้วจะใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไหน? และจะเลี้ยงดูตัวเองอย่างไร?
ผมอยากลองถามกลับว่า คุณวางแผนก่อนเกษียณไว้รึยัง? แล้วคุณออกแบบชีวิตหลังเกษียณไว้ยังไง?
เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า เกษียณ กันก่อนครับ
ในวันที่คุณเกษียณ หมายความว่า คุณจะไม่ได้รับรายได้จากการทำงานประจำอีกต่อไป (Active Income) แต่จะเลี้ยงดูตัวเองจากเงินเก็บ เงินบำนาญ เงินปันผล เงินที่ได้จากการลงทุนต่างๆ มาลองคิดกันดูว่า คุณจะต้องมีเงินเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบสบายๆ อย่างที่คุณต้องการ


แล้วคุณต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะชราอย่างมีสุข
มาวางแผนทางการเงินเพื่อชีวิตหลังเกษียณแบบที่คุณต้องการกัน
1. กำหนดระยะเวลาที่เตรียมตัว และระยะเวลาหลังเกษียณ มาวางแผนกันว่าเราอายุเท่าไหร่ ต้องการจะเกษียณเมื่อไหร่ และคาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอีกกี่ปี
2. เลือกระดับความสบาย เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ

ตัวอย่างเช่น
นายแดง อายุ 30 ปี ต้องการจะเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี และคิดว่าจะมีอายุถึง 80 ปี แสดงว่านายแดงจะมีเวลาทำงานหารายได้จากงานประจำ 30ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ 20 ปี

ถ้าหากนายแดงต้องการ “ชราแบบหรูหรา”
คาดว่าจะใช้เงิน 50,000 บาทต่อเดือน และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ 20 ปี
จำนวนเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณอายุ = ค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ x จำนวนปีที่คิดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ


ต้องมีเงิน 50,000 x 12 x 20 = 12,00,000 บาท (ยังไม่รวมอัตราเงินเฟ้อ)
หากคิดอัตราเงินเฟ้อช่วงปีที่อายุ 60 - ปีที่อายุ 80 ในอัตรา 3% ต่อปี นายแดงจะต้องเตรียมเงินไว้ 16,122,225 บาท
ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก แต่ที่จริงแล้วค่าใช้จ่าย 50,000 บาทต่อเดือนไม่ได้สูงเลย ถ้าเทียบกับเงินในปัจจุบัน
เพราะใน 30 ปีข้างหน้า เมื่อนายแดงอายุ 60 ปี เงิน 50,000 บาทนั้นมีมูลค่าซื้อของได้น้อยกว่า เงิน 50,000 บาทในสมัยนี้มาก


ทำยังไงถึงจะมีเงินเก็บพอที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบที่ต้องการ?
เทคนิค 4 ด้านที่จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บมากพอ คือ
1.   ทำงานให้นานขึ้น เกษียณให้ช้าลง (Active income) เป็นการเพิ่มรายได้จากการทำงานประจำ ยิ่งคุณทำงานนานขึ้น มากขึ้น คุณก็จะมีเงินเก็บมากขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าหยุดทำงานเมื่อไหร่ นั่นคือเมื่อเกษียณ รายได้ส่วนนี้จะหายไป หากคุณทำงานเพิ่มขึ้น 5 ปี ด้วยเงินเดือน 80,000 บาท โดยไม่มีการปรับเงินเดือนขึ้น คุณจะมีเงินเก็บเพิ่ม 4,800,000 บาท ในขณะที่จำนวนปีหลังเกษียณของคุณก็ลดลงอีกด้วย
2.   ลดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ปัจจุบัน ประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตัวเองให้ใช้เงินอย่างรอบคอบ ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า
3.   ออมเงินให้มากขึ้น หลายๆคน อาจจะบังคับออมเงินด้วยการหักสัดส่วน % ของรายได้มาเป็นเงินเก็บ ยิ่งมีรายได้มากขึ้นก็จะมีเงินเก็บมากขึ้น ถ้ายิ่งออมเร็วก็จะได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยทบต้นมากขึ้น
4.   ลงทุน (Passive income) นำเงินที่มีไปลงทุนให้ถูกที่ ให้เงินทำงานและงอกเงยขึ้นเอง เป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้โดยที่คุณไม่ต้องอยู่กับมันตลอดเวลาเหมือนการทำงานประจำ


จะเห็นว่าเทคนิคการเก็บเงินข้อ 1-3 นั้นเป็นวิธีการเก็บเงิน ที่เราต้องลงแรงทำงานและเก็บเงินไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไร เงินเก็บที่คุณมีมาจะมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ ตามอัตราเงินเฟ้อ หากการฝากเงินกับธนาคารให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ แสดงว่าเงินที่คุณเก็บไว้ก็ค่อยๆลดลง โดยที่คุณไม่รู้ตัวนั่นเอง
ทางแก้ก็คือ “การลงทุน” เพื่อให้เงินงอกเงย เติบโตสูงกว่าค่าเงินเฟ้อนั่นเอง แล้วเราจะลงทุนอะไรดี? คลิก!!

ที่มา: https://www.tbexthailand.com/blog1

Tags: วางแผนก่อนเกษียณ, ออกแบบชีวิตหลังเกษียณ, วางแผนเกษียณ ฉบับมนุษย์เงินเดือน, การเตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ, หลังเกษียณอายุทำอะไรดี, การใช้ชีวิตหลังเกษียณ