ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2018 , 13:53:54
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
วรรณกรรม คือ วรรณคดีหรือศิลป์ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นได้เพราะการคิด แล้วก็จินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับขาน หรือสื่อออกมาด้วยเคล็ดวิธีต่างๆโดยธรรมดา จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 จำพวก คือ วรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ แล้วก็วรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้เขียนบันทึก
 
โดยเหตุนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติความเป็นมา นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ตลกขบขัน เรื่องสั้น นิยาย เพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ รวมทั้งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้ในการติดต่ออาทิเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาทางการ โดยการใช้ตัวหนังสือ ตัวเลข เครื่องหมาย และภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาท่าทาง หรือประกอบอุปกรณ์อย่างอื่น
 
ความงามหรือศิลปะสำหรับเพื่อการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนและ เหมาะสมกับเวลา จังหวะ แล้วก็บุคคล ยิ่งกว่านั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม ไพเราะ หรืองดงามได้ ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรจะดำรงและถือมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า คนเขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนี้ (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนั้นแปลว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมตอนนี้นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่ยุค รัชกาล ที่ 5 พ.ศ. 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พุทธศักราช 2553)
 
วรรณกรรมพวกร้อยแก้วในขณะนี้จะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี เช่น เรื่องสั้น นิยาย นิทาน บทละคร สารคดีอย่างเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานค้นคว้า ฯลฯ
 
วรรณกรรมจำพวกร้อยกรองขณะนี้เป็นวรรณกรรมที่แตกต่างจากเดิมเป็นเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นในเรื่องเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาแม้กระนั้นเน้นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อแนวคิด สื่อข้อคิดเตือนใจแก่ผู้อ่านมากกว่า ตัวอย่างเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 ชนิด เป็น
 
1. ร้อยแก้ว เป็นเนื้อความเรียงที่แสดงรายละเอียด เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส สอดคล้อง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงดงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และก็ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและก็ศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม อาจเปรียบเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งหมายถึงการเขียนหนังสือจะเป็นเนื้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ ตัวอย่างเช่น สาระสำคัญที่เขียนตามใบปลิว ป้ายสำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนถึงบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกประเภท อาทิเช่น หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็ถือเป็นวรรณกรรมทั้งนั้น จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถทำให้ทราบถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นกับ วรรณศิลป์ คือ ศิลป์สำหรับเพื่อการเขียนหนังสือนั้นเป็นหลัก หากวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็อาจได้รับเชิดชูว่าเป็น วรรณคดี แม้กระนั้นการที่จะระบุว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรจะเป็นวรรณคดีหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาถึงตอนที่เขียนหนังสือนั้นยาวนานพอเหมาะด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือไม่ ด้วยความที่อาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงแค่บางช่วงเท่านั้น ดังนั้นอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง กล่าวคือ เป็นวรรณกรรมที่กลั่นกรองแล้วก็ตกแต่งให้ประณีตและวิจิตรบรรจง มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นคุณประโยชน์ของการประพันธ์ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นวรรณคดีเสมอไป
 
ชนิดของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
 
- สารคดี หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความคิด ประสบการณ์แก่นักอ่าน ซึ่งอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรื่นเริง รื้นเริง สดใสร่าเริงแก่คนอ่าน จึงมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องราวและก็ตัวละคร
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จำต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับชาติมาเกิดย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ว่าที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่และย้อนกลับมากำเนิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนเพิ่งจะครองบัลลังก์ครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกคงจะทราบว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย แค่ไหนกับการต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่จำเจแบบนี้ แต่ในชาติที่ห้า ทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญกับชีวิตของเขามากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จะทำให้คุณรัก ขำขัน แล้วก็ตื้นตันน้ำตาซึม เรื่องราวบางสิ่งบางอย่างที่หล่นหายไป ความเข้าใจของตัวนำ การรับมือและการมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมากำเนิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือไม่ มาร่วมลุ้นในนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" และประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ตลอดชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักทายชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่สนามบิน ครั้งแรกที่เธอพบเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้ชะตาชีวิตของพวกเขามีอันต้องพลิกผัน แต่ครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะมีผลให้ใบหน้าและก็เสียงของเขาเปลี่ยน แต่ว่าเธอยังคงจำเขาได้ เธอเป็นเพียงคนเดียวที่มีความทรงจำของชาติปางก่อน แต่ทว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และก็การต่อสู้แย่งชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ตลอดชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความมั่งคั่งหรือการเคียงคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองหนุ่มสาว การแย่งชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
มีโอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที หากเป็นขุนนางคนอื่นๆอาจเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนขั้น แต่ถังฟั่นไม่เหมือนกับขุนนางทั่วไป แทนที่จะดีใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เฉยๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้จำต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แต่ข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะเหตุว่าคนที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่หูเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แต่ว่าอ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูวิวัฒนาการ ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบมองความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างแดน หรือที่ที่พวกเราไม่รู้จัก คนแก่มักจะเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนที่ไม่รู้จักหรือไปเก็บโน่นเก็บนี่กลับมา เพราะว่าบางทีอาจจะเป็นของสกปรก เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่พวกเราไม่รู้เรื่องและนำภัยมาสู่เราได้แต่ "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อคำตักเตือนจำพวกนี้นัก นางไม่ตั้งใจเก็บเด็กชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บและก็ตัวคนเดียว นางก็เลยนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงจะเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะปั้นเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายประเภทกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือเปล่า แต่ว่ามันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตากรรมอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย และเล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายกาจอย่างต่อเนื่องร้ายแบบซื่อๆจะเป็นยังไง ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงแค่ทำให้เยืยนซุยหลง แต่ยังช่วยทำให้เมิ่งถิงเอาชีวิตรอดมาได้ทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาปะทะกับแม่สามี และก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่ว่าอย่าคิดว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดตอบโต้ไม่ทัน แต่ศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตัวเองตายไปเสียก่อนด้วยเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกที ชนะแบบที่เจ้าตัวยังมึนงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุเพิ่งยี่สิบก็สอบได้ลำดับหนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง เวลานี้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ละเอียดลออก็แค่กับเรื่องอาหารเพียงแค่นั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ เงียบเฉยพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ พื้นฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความเกี่ยวพันทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งหัวหน้าของถังฟั่่นและก็ศิษย์พี่ เพราะมีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขี้ขลาด เกรงอิทธิพล แค่เพียงรักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีโชคชะตาอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่ารักน่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha