ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสาย audio cable 6 แนวทางสำรวจคุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

08-10-2018 , 17:38:15
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 638
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของสินค้ามีความแตกต่างกันด้วย ถ้าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ถ้าหากเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาสูง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพแย่ และก็ปัญหาในตนเองคละเคล้ากันไป ด้วยเหตุดังกล่าว เราก็เลยจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับสำรวจประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. สำรวจความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถสำรวจด้วยตนเองได้ แล้วก็ควรเช็คเป็นสิ่งแรก เพราะว่าสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกชอบมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เนื่องจากจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมทำให้เกิดปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป เนื่องจากว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อเอาไปใช้งานเป็นประจำย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ไม่ยากสายสัญญาณเสียง ราคาที่เยี่ยมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกขาด ถ้าพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจตราสิ่งของที่ใช้ทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับในการทำหัวสาย ดังเช่น ทองเหลือง และอลูมิเนียม ขอชี้แนะว่าควรที่จะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีกว่า เนื่องด้วยเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าทิ่มไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำเป็นต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่ถนอมกล่อมเกลี้ยง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ รวมทั้งหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว เพราะฉะนั้นในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงต้องวิเคราะห์จุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. พิจารณาความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่สมควรสำหรับการเสียบกับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่เกิดการโยกหรือหละหลวม อีกทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถที่จะทิ่มกับวัสดุอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจำต้องคอยประคับประคองไว้ ส่วนถ้าโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อเสียบกับเครื่องมือจะก่อให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจจะก่อให้สายเกิดการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินกระทั่งเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินไปกระทั่งกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าเป็นอย่างไร หากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็จะต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. สำรวจยี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์แปลกๆหรือสินค้าโนเนม เนื่องจากว่ามักจะเป็นสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสเสียเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่พวกเราต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable